"น้ำปลาทิพรส" ขวดเหลือง กับ ชมพู ต่างกันยังไง? เปิดความลับ 2 สูตร บางคนเลือกผิดมาทั้งชีวิต

"น้ำปลาทิพรส" ขวดเหลือง กับ ชมพู ต่างกันยังไง? เปิดความลับ 2 สูตร บางคนเลือกผิดมาทั้งชีวิต

"น้ำปลาทิพรส" ขวดเหลือง กับ ชมพู ต่างกันยังไง? เปิดความลับ 2 สูตร บางคนเลือกผิดมาทั้งชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู เฉลยแล้วต่างกันยังไง แบบไหนดีกว่า หลายคนใช้มานานเพิ่งรู้

“น้ำปลา” ถือเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวไทยที่แทบทุกบ้านต้องมีติดไว้ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารกลมกล่อม เข้มข้น และถูกปากคนไทยมาอย่างยาวนาน หนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น น้ำปลาทิพรส ที่อยู่คู่ครัวไทยมาหลายยุคหลายสมัย

แต่เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นตาเพียง ขวดฉลากสีเหลือง จนคิดว่ามีสูตรเดียว ทั้งที่จริงแล้วน้ำปลาทิพรสยังมี ขวดฉลากสีชมพู วางจำหน่ายด้วยเช่นกัน ทำให้หลายคนสงสัยว่า ทั้งสองขวดต่างกันแค่สี หรือมีรายละเอียดอื่นซ่อนอยู่

น้ำปลาทิพรส ขวดเหลือง กับ ขวดชมพู ต่างกันตรงไหน?

ความแตกต่างหลักของน้ำปลาทั้ง 2 สูตร อยู่ที่ สัดส่วนวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะปริมาณปลากะตักที่ใช้ในการผลิต ซึ่งส่งผลต่อรสชาติ ราคา และโซเดียม

น้ำปลาทิพรส ขวดเหลือง

ส่วนประกอบ

  • ปลากะตัก 65.0%
  • น้ำเกลือ 30.5%
  • น้ำตาลทรายขาว 4.5%

คุณค่าทางโภชนาการ

  • โปรตีน 2 กรัม
  • โซเดียม 1,590 มิลลิกรัม

น้ำปลาทิพรส ขวดชมพู

ส่วนประกอบ

  • ปลากะตัก 60.0%
  • น้ำเกลือ 30.5%
  • น้ำตาลทรายขาว 4.5%

คุณค่าทางโภชนาการ

  • โปรตีน 1 กรัม
  • โซเดียม 1,320 มิลลิกรัม

สรุปง่ายๆ เลือกขวดไหนเหมาะกับใคร

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ขวดเหลือง ใช้ปลากะตักมากกว่า จึงมักถูกมองว่าเป็นสูตรมาตรฐานหรือเกรดสูงกว่า ให้รสชาติเข้มข้น และมีโปรตีนมากกว่า

ส่วน ขวดชมพู ใช้ปลากะตักน้อยกว่า ทำให้ราคาย่อมเยากว่า และมีปริมาณโซเดียมน้อยกว่าขวดเหลือง จึงอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการควบคุมการบริโภคโซเดียม

แล้วควรเลือกแบบไหน?

  • หากชอบรสชาติเข้มข้น ใช้ปรุงอาหารทั่วไป เลือก ขวดเหลือง
  • หากเน้นความคุ้มค่า หรืออยากลดโซเดียมลงเล็กน้อย เลือก ขวดชมพู

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกสูตรไหน ก็ควรใช้ในปริมาณเหมาะสม เพราะน้ำปลายังคงเป็นเครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง หากบริโภคมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองและขวดชมพู ไม่ได้ต่างกันแค่สีฉลาก แต่แตกต่างกันทั้งสัดส่วนปลากะตัก โปรตีน โซเดียม และราคา ใครที่ใช้มานานแต่ไม่เคยสังเกต วันนี้คงได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า เลือกขวดไหนก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและการใช้งานของแต่ละบ้าน

แหล่งอ้างอิง

  1. Tiparos: ข้อมูลผลิตภัณฑ์น้ำปลาทิพรส
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.): ข้อมูลโภชนาการและการบริโภคโซเดียม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล