มัดรวม 7 ทริคใช้แอร์ "ให้ค่าไฟลดลง" หลายคนพลาดตรง "ปุ่มปิด" ความลับที่ช่างไม่เคยบอก!

บิลค่าไฟมาขาสั่น? ลองทำตามนี้ 7 เทคนิคใช้แอร์แบบเซฟเงิน สับเบรกเกอร์ลงช่วยได้จริงไหม?
อากาศเมืองไทยร้อนจัดจนแอร์กลายเป็นอวัยวะที่ 33 แต่พอสิ้นเดือนเห็นบิลค่าไฟทีไรก็แทบเป็นลม! หลายคนเข้าใจว่าแค่กดรีโมทปิดเครื่องก็จบแล้ว แต่ความจริงคุณอาจจะ "พลาด" จนทำให้น้องแอร์กินไฟเงียบๆ และพังเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
นี่คือ "ความลับ" และเทคนิคการใช้แอร์ที่ถูกต้องเพื่อช่วยคุณเซฟเงินในกระเป๋า
1. ปิดแค่รีโมทไม่พอ ต้องสับ "Aptomat" (เบรกเกอร์) ลงด้วย
นี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม! การกดปิดที่รีโมทแอร์ยังคงมีกระแสไฟเลี้ยงวงจรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะกินไฟไปเรื่อยๆ แม้จะดูเป็นจำนวนไม่มาก แต่ถ้าสะสมนานเข้าก็เป็นเงินไม่น้อยครับ ทางที่ดีหลังกดรีโมทปิดแล้ว ควรสับเบรกเกอร์ลง เพื่อตัดไฟ 100% และช่วยยืดอายุการใช้งานแผงวงจรด้วย
2. เลือกใช้โหมด "Dry" (หยดน้ำ) ในวันที่อากาศอบอ้าว
บนรีโมทแอร์มักจะมีโหมด Cool (หิมะ) ที่เน้นทำความเย็นแบบเต็มสูบ แต่ถ้าวันไหนอากาศไม่ได้ร้อนจัดแต่รู้สึกเหนียวตัว ให้ลองใช้โหมด Dry (รูปหยดน้ำ) แทนครับ
-
ดียังไง: โหมดนี้จะช่วยลดความชื้นในอากาศ ทำให้เรารู้สึกสบายตัวขึ้นโดยที่คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าโหมด Cool อย่างเห็นได้ชัด
3. เลิกพฤติกรรม "เปิดๆ ปิดๆ" เพราะกลัวเปลือง
หลายคนชอบเปิดแอร์พอห้องเย็นแล้วรีบปิด พอเริ่มร้อนก็เปิดใหม่ พฤติกรรมนี้คือ "ตัวกินไฟ" ตัวจริง! เพราะทุกครั้งที่เริ่มเดินเครื่องใหม่ แอร์จะต้องใช้พลังงานมหาศาลในการทำความเย็นให้ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ การเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิพอดีๆ (26-27 องศา) จะประหยัดกว่าการเปิด-ปิดบ่อยๆ ครับ
4. เทคนิค "แอร์ + พัดลม" สูตรสำเร็จความเย็นแบบประหยัด
แทนที่จะตั้งแอร์ที่ 20-23 องศาเพื่อให้เย็นฉ่ำ ให้ลองตั้งที่ 26-28 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วย
-
เคล็ดลับ: พัดลมจะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้อง และทำให้เรารู้สึกเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา โดยที่คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก ค่าไฟลดลงแน่นอน
5. ห้องต้อง "มิดชิด" อย่าให้ความเย็นรั่วไหล
เช็กขอบประตู หน้าต่าง หรือช่องว่างใต้ประตูให้ดี หากมีแสงลอดเข้ามาได้ ความเย็นก็รั่วออกไปได้เช่นกัน เมื่อความเย็นรั่ว แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิ ทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูดครับ
6. ตำแหน่งติดตั้งและเฟอร์นิเจอร์ก็สำคัญ
-
คอยล์ร้อน (ตัวนอกบ้าน): ควรตั้งในที่ร่ม ไม่โดนแดดส่องโดยตรง เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี
-
ในห้อง: อย่าวางตู้หรือเฟอร์นิเจอร์บังทิศทางลมแอร์ เพราะจะทำให้ลมเย็นหมุนเวียนไม่สะดวก แอร์จะตรวจจับอุณหภูมิผิดพลาดจนกินไฟเกินจำเป็น
7. ล้างแอร์ทุก 3-6 เดือน อย่ารอให้ไม่เย็นค่อยล้าง
ฝุ่นที่เกาะตามแผ่นกรองและคอยล์เย็นคืออุปสรรคตัวฉกาจที่ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น การหมั่นล้างแอร์เป็นประจำจะช่วยให้แอร์เย็นเร็วขึ้น ประหยัดไฟ และอากาศในห้องสะอาดขึ้นด้วยครับ
ท้ายที่สุด การประหยัดค่าไฟไม่ใช่เรื่องยาก แค่เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย เช่น การใช้พัดลมช่วย หรือการสับเบรกเกอร์ลงหลังใช้งาน ก็สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้มหาศาลแล้ว ลองเอาไปทำกันดูนะ!
- เช็กด่วน! บ้านคุณใช้ไฟกี่หน่วย? รับสิทธิ์ค่าไฟราคาถูกเริ่ม มิ.ย. สอนดูบิลให้เป็นใน 1 นาที
- รวม 7 วิธี "ทำให้บ้านเย็นลง" ดับร้อนแบบไม่ง้อแอร์ ประหยัดค่าไฟแถมสุขภาพดี

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


