"ไวรัสตับอักเสบ A" คืออะไร รู้ทันอาการ อันตรายแค่ไหน? หลังพบคลัสเตอร์ไทย ป่วยพุ่ง 55 ราย

"ไวรัสตับอักเสบ A" คืออะไร รู้ทันอาการ อันตรายแค่ไหน? หลังพบคลัสเตอร์ไทย ป่วยพุ่ง 55 ราย

"ไวรัสตับอักเสบ A" คืออะไร รู้ทันอาการ อันตรายแค่ไหน? หลังพบคลัสเตอร์ไทย ป่วยพุ่ง 55 ราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไวรัสตับอักเสบเอ ระบาด พบคลัสเตอร์ในโรงงานชลบุรี ป่วยแล้ว 55 คน เผยโรคนี้คืออะไร การติดต่อ และป้องกันอย่างไร 

กรมควบคุมโรคเร่งสอบสวนคลัสเตอร์ “ไวรัสตับอักเสบ A” หลังพบการระบาดภายในโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 55 คน ขณะเดียวกันยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศปี 2569 เพิ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า การระบาดครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของน้ำดื่มหรืออาหารในโรงอาหาร ซึ่งเป็นจุดที่พนักงานใช้ร่วมกันจำนวนมาก หากตรวจพบต้นตอชัดเจน จะเร่งควบคุมโรคทันทีเพื่อลดการแพร่กระจาย

คลัสเตอร์โรงงานชลบุรี พบป่วย 55 ราย สงสัยโยงน้ำ-อาหารปนเปื้อน

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุว่า การระบาดเริ่มมีรายงานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยพบผู้ป่วยสะสมในโรงงานดังกล่าวแล้ว 55 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบจุดน้ำดื่มตั้งอยู่ใกล้บริเวณทิ้งขยะประมาณ 20 เมตร ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะให้ยกระดับการเก็บวัตถุดิบอาหาร เพิ่มจุดล้างมือ และปรับคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน

ยอดผู้ป่วยทั่วประเทศพุ่ง สูงกว่าปีก่อน 2.4 เท่า

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 20 เมษายน 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ A สะสม 672 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่จำนวนผู้ป่วยสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 2.4 เท่า

กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือวัยทำงาน อายุ 30-39 ปี รองลงมาคือ 40-49 ปี และ 20-29 ปี ส่วน 5 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่

  • ชลบุรี
  • ระยอง
  • กรุงเทพมหานคร
  • ปทุมธานี
  • จันทบุรี

ไวรัสตับอักเสบ A คืออะไร ติดต่ออย่างไร

ไวรัสตับอักเสบ A เป็นโรคติดต่อผ่านระบบทางเดินอาหาร เชื้อไวรัสมักปนเปื้อนมากับอุจจาระของผู้ป่วย แล้วแพร่สู่ผู้อื่นผ่านอาหาร น้ำดื่ม ภาชนะ หรือมือที่ไม่สะอาด

โดยไวรัสตับอักเสบ A ถือว่าติดค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก เช่น โรงงาน หอพัก โรงเรียน ร้านอาหาร หรือบ้านที่ใช้ห้องน้ำและของใช้ร่วมกัน

เนื่องจากเชื้อจากผู้ป่วยจะปนเปื้อนอยู่ที่มือ น้ำ อาหาร ภาชนะ หรือพื้นผิวต่างๆ แล้วอีกคนเผลอหยิบจับก่อนกินอาหาร ก็มีโอกาสติดได้

โรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 2-4 สัปดาห์ และอาจนานได้ถึง 50 วัน ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนเริ่มแสดงอาการประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังแพร่เชื้ออยู่

อาการที่ควรสังเกต รู้เร็วลดเสี่ยงอันตราย

ช่วงแรกของโรคอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดหรืออาหารเป็นพิษ ทำให้หลายคนมองข้าม โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีไข้ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดเมื่อยตัว ปวดท้อง แน่นชายโครงขวา
  • ท้องเสีย หรือถ่ายผิดปกติ
  • ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • คันตามตัว หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ

หากเริ่มมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ซึมลง กินไม่ได้ อาเจียนมาก หรือปวดท้องรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีภาวะตับอักเสบรุนแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคตับเดิม

อันตรายแค่ไหน รักษาได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคนี้ การรักษาเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และติดตามการทำงานของตับ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายเองได้ แต่บางรายโดยเฉพาะผู้มีโรคตับเรื้อรัง อาจเสี่ยงเกิดภาวะตับวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบ A

  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • กินอาหารปรุงสุก สะอาด เลี่ยงอาหารดิบ
  • ดื่มน้ำสะอาด ได้มาตรฐาน
  • ไม่ใช้ช้อน แก้วน้ำ หรือภาชนะร่วมกัน
  • ดูแลความสะอาดโรงอาหารและพื้นที่ส่วนรวม
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A ในกลุ่มเสี่ยง

การพบคลัสเตอร์ไวรัสตับอักเสบ A ในโรงงานชลบุรี เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าโรคติดต่อจากอาหารและน้ำยังใกล้ตัวกว่าที่คิด แม้ส่วนใหญ่รักษาหายได้ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รู้ตัวอาจแพร่เชื้อเป็นวงกว้างได้ง่าย การสังเกตอาการ ล้างมือสม่ำเสมอ และเลือกกินอาหารสะอาด คือเกราะป้องกันสำคัญที่สุดในเวลานี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล