หลับใหล 500 ปี! เปิดพิธีสะพรึง "มัมมี่เด็กหญิง" ที่แพทย์เตือน อาจนำหายนะมาสู่ปัจจุบัน

จากรอยยิ้มสู่พิธีบูชายัญ: เปิดใจแพทย์ผู้ชันสูตรมัมมี่น้ำแข็งอายุ 500 ปี กับเชื้อโรคร้ายที่ซ่อนอยู่
ร่างเด็กหญิง 13 ปี ถูกแช่แข็งนานกว่า 500 ปี สภาพยังเหมือนแค่นอนหลับ ความลับสุดสยองที่แพทย์เตือนว่า "อันตราย"
วงการโบราณคดีต้องสั่นสะเทือนเมื่อมีการค้นพบร่างของเด็กหญิงวัยรุ่นที่ถูกฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอนดีสมานานกว่า 5 ศตวรรษ สิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญตะลึงไม่ใช่เพียงระยะเวลาที่ยาวนาน แต่คือสภาพของเธอที่ "สมบูรณ์" จนดูเหมือนเธอยังมีชีวิตอยู่
การค้นพบ "ฆวนนิตา" มัมมี่น้ำแข็งแห่งอาณาจักรดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ในปี 1995 คณะสำรวจทางวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งบนยอดเขาสูงในประเทศเปรู ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัดจนติดลบตลอดปี ร่างนี้ถูกตั้งชื่อว่า "ฆวนนิตา" (Juanita) หรือที่รู้จักกันในนาม "หญิงสาวแห่งน้ำแข็ง" (The Ice Maiden)
จากการตรวจสอบพบว่าเธอมีอายุเพียง 13 ปีในช่วงที่เสียชีวิต และมีชีวิตอยู่ในยุคของ จักรวรรดิอินคา (Inca Empire) ความอัศจรรย์ของฆวนนิตาคือผิวพรรณ เส้นผม และอวัยวะภายในที่ถูกแช่แข็งไว้อย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่บุบสลาย ดูราวกับว่าเธอกำลังหลับใหลรอวันตื่นขึ้นมามากกว่าจะเป็นร่างที่ไร้วิญญาณมานานกว่า 500 ปี
เบื้องหลังพิธีกรรม "สังเวยชีวิต" สุดเยือกเย็น
คำถามสำคัญคือ "เด็กหญิงวัยเพียง 13 ปี ขึ้นไปทำอะไรบนยอดเขาสูงชันและหนาวเหน็บขนาดนั้น?"
เหล่านักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ฆวนนิตาคือเหยื่อของ "พิธีคาปาโคชา" (Capacocha) ซึ่งเป็นพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์ของชาวอินคาโบราณ ในยุคนั้นผู้คนเชื่อว่าเทือกเขาแอนดีสคือที่อยู่ของเทพเจ้า เมื่อเกิดภัยแล้ง โรคระบาด หรือเหตุการณ์ไม่สงบ พวกเขาจะคัดเลือกเด็กหญิงที่บริสุทธิ์และหน้าตางดงามเพื่อนำไปถวายแก่เทพเจ้า เพื่อเป็นการขอขมาและขอความคุ้มครอง
ปริศนา "ไร้ร่องรอยการขัดขืน" และสารเคมีในร่างกาย
สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจคือ ร่างของฆวนนิตาไม่มีร่องรอยของการต่อสู้หรือความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าและท่าทางเลย ซึ่งผิดวิสัยของเด็กที่กำลังจะถูกส่งไปความตาย แต่เมื่อมีการชันสูตรอย่างละเอียด แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ก็ได้คำตอบที่น่าเศร้า
ในร่างกายของเธอพบปริมาณ เอทานอล (Ethanol) หรือแอลกอฮอล์ในระดับที่สูงมาก ซึ่งน่าจะมาจาก "ชิชา" (Chicha) หรือเหล้าข้าวโพดโบราณ สันนิษฐานว่าก่อนทำพิธี เธอถูกบังคับหรือหลอกให้ดื่มแอลกอฮอล์และเคี้ยวใบโคคาจนอยู่ในอาการมึนเมาและหมดสติ เพื่อให้พิธีกรรมดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและเรียบร้อยที่สุด ก่อนที่เธอจะถูกปล่อยให้หนาวตายหรือถูกทำให้เสียชีวิตกลางพายุหิมะ
ทำไมแพทย์ถึงบอกว่าเธอ "อันตราย"?
ประเด็นที่ว่าเธอนั้น "อันตราย" (Dangerous) ไม่ใช่เรื่องของอาถรรพ์หรือคำสาปในแบบภาพยนตร์สยองขวัญ แต่ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ "อันตราย" หมายถึง เชื้อโรคโบราณที่แฝงอยู่
เนื่องจากร่างของเธอถูกแช่แข็งไว้อย่างสมบูรณ์ เชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่เคยมีอยู่เมื่อ 500 ปีก่อนจึงยังไม่ตายแต่เพียงแค่ "หยุดนิ่ง" ไปพร้อมกับน้ำแข็ง แพทย์กังวลว่าหากมีการจัดการร่างโดยไม่ระมัดระวัง เชื้อโรคเหล่านี้อาจแพร่กระจายและกลายเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ยุคปัจจุบันได้ เพราะร่างกายเราไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคโบราณเหล่านั้น
ฆวนนิตาจึงไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ล้ำค่าของชาวอินคาเท่านั้น แต่เธอยังเป็นเสมือน "แคปซูลกาลเวลา" ที่เก็บซ่อนทั้งศรัทธา ความโหดร้ายในอดีต และคำเตือนทางวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์ยุคปัจจุบันต้องศึกษาด้วยความเคารพและระมัดระวังสูงสุด
- ตะลึงโลก! สแกน "พระพุทธรูปพันปี" พบโครงร่างมนุษย์นั่งสมาธิ และ "กระดาษ" ซ่อนอยู่ข้างใน
- เปิดตำนาน ฟาโรห์หญิงผู้ต้อง "สวมเครา" เพื่อครองอียิปต์ ทรงอิทธิพลจนถูกลบชื่อ 3,500 ปี!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

