กาแฟดริป ดีจริงหรือไม่? หมอฮาร์วาร์ดชี้ กรอง vs ไม่กรอง มีผลกระทบต่อสุขภาพต่างกัน

กาแฟดริป ดีจริงหรือไม่? เปรียบเทียบกับกาแฟทั่วไป หมอฮาร์วาร์ด กรอง vs ไม่กรอง มีผลกระทบต่อสุขภาพตับและหัวใจต่างกัน
กาแฟไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่ช่วยให้ตื่นตัวในยามเช้าเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ สุขภาพตับ และระบบทางเดินอาหารในแบบที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นพ.เซอราบ เซธี (Dr. Saurabh Sethi) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารจาก AIIMS ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ให้ข้อมูลว่าประเภทของกาแฟและวิธีการชงมีส่วนสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์ต่อสุขภาพ
นพ.เซอราบ เซธี ระบุว่าการเลือกดื่มกาแฟอย่างเหมาะสมสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้ แต่หากเลือกผิดวิธีอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา เช่น อาการกรดไหลย้อน ท้องอืด หรือรบกวนการนอนหลับ โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างกาแฟที่ผ่านกระดาษกรองและกาแฟแบบใช้แรงกดที่มีผลต่อระดับไขมันในร่างกายอย่างชัดเจน
กาแฟดริป ทางเลือกเพื่อสุขภาพหัวใจและอายุที่ยืนยาว
กาแฟดริป (Filter Coffee) คือการชงกาแฟด้วยการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟโดยใช้ตัวกรอง เช่น กระดาษกรอง เพื่อแยกกากกาแฟออกโดยอาศัยแรงโน้มถ่วง ข้อมูลจากสำนักข่าว CNN รายงานอ้างอิงงานวิจัยที่พบว่า การชงกาแฟผ่านกระดาษกรองส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าวิธีอื่น เนื่องจากช่วยลดสารประกอบที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย
สอดคล้องกับความเห็นของ ศาสตราจารย์ ดัก เทลเล่ (Dag Thelle) จากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ที่ระบุว่าการกรองกาแฟจะช่วยกำจัดสารที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดออกไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหัวใจวายและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ เมื่อเทียบกับการชงแบบไม่ผ่านการกรอง
อันตรายจากกาแฟไม่กรอง เสี่ยงคอเลสเตอรอลพุ่ง
นพ.เซอราบ เซธี และศาสตราจารย์เทลเล่ ให้ความเห็นตรงกันว่า กาแฟที่ไม่ผ่านการกรอง เช่น กาแฟจากเครื่องเฟรนช์เพรส (French Press) เอสเพรสโซ กาแฟตุรกี หรือกาแฟฟิลเตอร์แบบอินเดียตอนใต้ อาจส่งผลเสียต่อระดับไขมันในเลือด โดยพบสารประกอบที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)
จากการศึกษาในชาวนอร์เวย์กว่า 5 แสนคน เป็นเวลา 20 ปี พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
- การดื่มกาแฟที่ไม่ผ่านการกรอง เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป
- การดื่มกาแฟกรองช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ถึง 15%
- ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟกรองมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลง 20% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ
- การดื่มกาแฟกรอง 1-4 แก้วต่อวัน เป็นปริมาณที่พบอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุด

เคล็ดลับการดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด
นอกจากวิธีการชงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำปัจจัยอื่นๆ ที่จะช่วยให้การดื่มกาแฟส่งผลดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้:
- เลือกเมล็ดกาแฟคุณภาพดี: ควรเลือกเมล็ดกาแฟที่ปราศจากสารเคมีตกค้าง
- เน้นดื่มกาแฟดำ: หลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือนมข้นหวาน เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับแคลอรี่และน้ำตาลเกินความจำเป็น
- ปริมาณที่เหมาะสม: แนะนำให้ดื่มกาแฟไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน
- เวลาที่เหมาะสม: หลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่าง เพราะอาจทำให้ท้องอืดหรือเกิดกรดในกระเพาะอาหาร ควรดื่มหลังมื้อเช้าประมาณ 30 นาที
สำหรับการดูแลระบบทางเดินอาหาร นพ.เซอราบ เซธี แนะนำว่าหากพบอาการไม่สบายท้องหลังจากดื่มกาแฟ การเปลี่ยนมาใช้วิธีดริปผ่านกระดาษกรองและหลีกเลี่ยงการดื่มช่วงท้องว่าง จะช่วยลดการระคายเคืองและส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพตับและลำไส้ในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



