กาแฟดริป ดีจริงหรือไม่? หมอฮาร์วาร์ดชี้ กรอง vs ไม่กรอง มีผลกระทบต่อสุขภาพต่างกัน

กาแฟดริป ดีจริงหรือไม่? หมอฮาร์วาร์ดชี้ กรอง vs ไม่กรอง มีผลกระทบต่อสุขภาพต่างกัน

กาแฟดริป ดีจริงหรือไม่? หมอฮาร์วาร์ดชี้ กรอง vs ไม่กรอง มีผลกระทบต่อสุขภาพต่างกัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กาแฟดริป ดีจริงหรือไม่? เปรียบเทียบกับกาแฟทั่วไป หมอฮาร์วาร์ด กรอง vs ไม่กรอง มีผลกระทบต่อสุขภาพตับและหัวใจต่างกัน

กาแฟไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่ช่วยให้ตื่นตัวในยามเช้าเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ สุขภาพตับ และระบบทางเดินอาหารในแบบที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นพ.เซอราบ เซธี (Dr. Saurabh Sethi) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารจาก AIIMS ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ให้ข้อมูลว่าประเภทของกาแฟและวิธีการชงมีส่วนสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์ต่อสุขภาพ

นพ.เซอราบ เซธี ระบุว่าการเลือกดื่มกาแฟอย่างเหมาะสมสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้ แต่หากเลือกผิดวิธีอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา เช่น อาการกรดไหลย้อน ท้องอืด หรือรบกวนการนอนหลับ โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างกาแฟที่ผ่านกระดาษกรองและกาแฟแบบใช้แรงกดที่มีผลต่อระดับไขมันในร่างกายอย่างชัดเจน

กาแฟดริป ทางเลือกเพื่อสุขภาพหัวใจและอายุที่ยืนยาว

กาแฟดริป (Filter Coffee) คือการชงกาแฟด้วยการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟโดยใช้ตัวกรอง เช่น กระดาษกรอง เพื่อแยกกากกาแฟออกโดยอาศัยแรงโน้มถ่วง ข้อมูลจากสำนักข่าว CNN รายงานอ้างอิงงานวิจัยที่พบว่า การชงกาแฟผ่านกระดาษกรองส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าวิธีอื่น เนื่องจากช่วยลดสารประกอบที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย

สอดคล้องกับความเห็นของ ศาสตราจารย์ ดัก เทลเล่ (Dag Thelle) จากมหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ที่ระบุว่าการกรองกาแฟจะช่วยกำจัดสารที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดออกไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหัวใจวายและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ เมื่อเทียบกับการชงแบบไม่ผ่านการกรอง

อันตรายจากกาแฟไม่กรอง เสี่ยงคอเลสเตอรอลพุ่ง

นพ.เซอราบ เซธี และศาสตราจารย์เทลเล่ ให้ความเห็นตรงกันว่า กาแฟที่ไม่ผ่านการกรอง เช่น กาแฟจากเครื่องเฟรนช์เพรส (French Press) เอสเพรสโซ กาแฟตุรกี หรือกาแฟฟิลเตอร์แบบอินเดียตอนใต้ อาจส่งผลเสียต่อระดับไขมันในเลือด โดยพบสารประกอบที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)

จากการศึกษาในชาวนอร์เวย์กว่า 5 แสนคน เป็นเวลา 20 ปี พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  • การดื่มกาแฟที่ไม่ผ่านการกรอง เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • การดื่มกาแฟกรองช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ถึง 15%
  • ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟกรองมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลง 20% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ
  • การดื่มกาแฟกรอง 1-4 แก้วต่อวัน เป็นปริมาณที่พบอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุด

เคล็ดลับการดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด

นอกจากวิธีการชงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำปัจจัยอื่นๆ ที่จะช่วยให้การดื่มกาแฟส่งผลดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้:

  • เลือกเมล็ดกาแฟคุณภาพดี: ควรเลือกเมล็ดกาแฟที่ปราศจากสารเคมีตกค้าง
  • เน้นดื่มกาแฟดำ: หลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล ครีมเทียม หรือนมข้นหวาน เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับแคลอรี่และน้ำตาลเกินความจำเป็น
  • ปริมาณที่เหมาะสม: แนะนำให้ดื่มกาแฟไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน
  • เวลาที่เหมาะสม: หลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่าง เพราะอาจทำให้ท้องอืดหรือเกิดกรดในกระเพาะอาหาร ควรดื่มหลังมื้อเช้าประมาณ 30 นาที

สำหรับการดูแลระบบทางเดินอาหาร นพ.เซอราบ เซธี แนะนำว่าหากพบอาการไม่สบายท้องหลังจากดื่มกาแฟ การเปลี่ยนมาใช้วิธีดริปผ่านกระดาษกรองและหลีกเลี่ยงการดื่มช่วงท้องว่าง จะช่วยลดการระคายเคืองและส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพตับและลำไส้ในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล