หนุ่มอายุแค่ 24 ปี มะเร็งไฝพรากชีวิต เปิดประวัติครอบครัว ชะตากรรมเหมือนต้องคำสาป

หนุ่มอายุแค่ 24 ปี มะเร็งไฝพรากชีวิต เผยประวัติครอบครัวเหมือนต้องคำสาป เพิ่งสูญเสียแม่และน้องไปด้วยโรคร้าย
เรื่องราวสุดสะเทือนใจของ "สวีผิงอัน" นักสู้มะเร็งชาวจีนที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมาย ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 14 เมษายน 2569 ในวัยเพียง 24 ปี หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายมาอย่างยาวนาน โดยเหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากครอบครัวของเขาต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมจากการสูญเสียสมาชิกด้วยโรคมะเร็งไปเกือบทั้งบ้าน
สำนักข่าว Jimu News รายงานว่า น้องชายวัย 17 ปีของสวี ผิงอัน เปิดเผยว่าพี่ชายตรวจพบว่าเป็นมะเร็งไฝ หรือมะเร็งเมลาโนมา (Melanoma) ชนิดร้ายแรงเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งขณะนั้นโรคได้ลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว และเพียงไม่ถึงปีอาการก็ทรุดหนักจนเสียชีวิตในที่สุด โดยในบัญชีเวยป๋อ (Weibo) ของเขาได้มีการโพสต์แจ้งข่าวร้ายและระบุว่าบัญชีนี้จะเป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญและการมีชีวิตอยู่ของเขาตลอดไป

โศกนาฏกรรมครอบครัว: จากไฝเม็ดเดียวสู่การสูญเสียครั้งใหญ่
สวี ผิงอัน เคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของโรคว่า เมื่อปี 2561 เขาพบไฝสีดำที่บริเวณข้างหูซึ่งโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะนั้นเขาไม่ได้เอะใจและเลือกที่จะไปเลเซอร์ออกที่โรงพยาบาล จนกระทั่งอาการลุกลามหนัก เขาต้องเข้ารับการรักษาด้วยยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) แต่เพียง 2 เดือนร่างกายก็เริ่มดื้อยา ทำให้เนื้องอกขยายตัวอย่างรวดเร็วจนลามเข้าสู่กระดูกและต้องใช้การคีโมในท้ายที่สุด
ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากครอบครัวต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ติดต่อกัน ดังนี้:
- มารดา: เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารก่อนหน้านี้ไม่นาน
- น้องสาว: เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Luekemia)
- บิดา: ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ดวงตาถูกแผ่นเหล็กทิ่มแทง
- ปัจจุบัน: ครอบครัว 5 คน เหลือสมาชิกเพียง 2 คน คือพ่อและน้องชาย
"ชีวิตคือทุ่งกว้าง" ข้อคิดสุดท้ายจากนักสู้ผู้มองโลกในแง่ดี
แม้จะรู้ว่าตนเองมีเวลาเหลือไม่มาก โดยแพทย์เคยประเมินไว้ว่าเขาอาจอยู่ได้เพียง 1 ปี ซึ่งสวี ผิงอัน เคยโพสต์ข้อความในวันสุดท้ายของปี 2568 อย่างมีความหวังว่า "ผมเชื่อว่าปีหน้าเวลานี้ผมจะยังอยู่ตรงนี้" แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปาฏิหาริย์ไม่เกิดขึ้นจริง
สิ่งที่ทำให้สวี ผิงอัน แตกต่างจากนักสู้มะเร็งคนอื่นๆ คือเขาแทบไม่เคยบันทึกความเจ็บปวดลงโซเชียลมีเดีย แต่เลือกที่จะแชร์ความสวยงามของชีวิตและทัศนียภาพที่เขาไปเยือน เขาเคยฝืนความเจ็บปวดเดินทางไปยังซินเจียงเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลสาบไซราม และทิ้งข้อความกินใจไว้ว่า "ชีวิตคือทุ่งกว้าง การได้ออกไปมองโลกจะทำให้เรามีโลกทัศน์ที่กว้างไกล" หลังข่าวการเสียชีวิตแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้ร่วมเข้ามาโพสต์ไว้อาลัยให้แก่จิตใจที่เข้มแข็งของเขาอย่างไม่ขาดสาย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี