วิธีดู "ทองแท้-ทองปลอม" เบื้องต้นด้วยตัวเอง ก่อนตัดสินใจซื้อหรือนำทองเก่าไปขายฝาก

วิธีดู "ทองแท้-ทองปลอม" เบื้องต้นด้วยตัวเอง ก่อนตัดสินใจซื้อหรือนำทองเก่าไปขายฝาก

วิธีดู "ทองแท้-ทองปลอม" เบื้องต้นด้วยตัวเอง ก่อนตัดสินใจซื้อหรือนำทองเก่าไปขายฝาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การซื้อ–ขายทองคำไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมูลค่าสูงและมีความเสี่ยง หากแยกไม่ออกว่า “ทองแท้หรือทองปลอม” อาจทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ หรือถูกกดราคาตอนนำไปขายฝากได้

ดังนั้น การมีความรู้พื้นฐานไว้ตรวจสอบด้วยตัวเองจึงสำคัญมาก บทความนี้รวบรวมวิธีดูทองแบบละเอียดขึ้น ครอบคลุมทั้งการสังเกตภายนอก ไปจนถึงการทดสอบง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้าน

w1200

1. ดู “ตราประทับ” และค่าความบริสุทธิ์ให้ชัด

ทองคำแท้จะมีการปั๊มตราบอกเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ เช่น

  • “96.5%” (มาตรฐานทองรูปพรรณไทย)

  • “99.99%” หรือ “24K” (ทองคำบริสุทธิ์)

  • “22K / 18K” (ทองผสม)

นอกจากนี้ บางชิ้นอาจมีตราร้านทองหรือรหัสผู้ผลิตกำกับไว้ด้วย หากไม่มีตราเลย หรือเป็นตัวเลขแปลกๆ เช่น 70%, 80% โดยไม่มีมาตรฐานรองรับ ควรระวังเป็นพิเศษ

2. สังเกต “สีทอง” แบบมืออาชีพ

ทองแท้จะมีลักษณะสีเหลืองนวล ไม่จัดจ้านเกินไป และสีจะสม่ำเสมอทั้งชิ้น

สิ่งที่ควรสังเกตเพิ่ม:

  • ขอบ มุม หรือรอยเสียดสี ต้องไม่ซีดหรือหลุดลอก

  • หากเป็นทองชุบ เมื่อใช้ไปสักระยะจะเห็นสีเงินหรือสีคล้ำโผล่

  • ทองแท้จะไม่เงาวาวเหมือนทองปลอมที่เคลือบเงาเกินจริง

3. เช็ก “น้ำหนัก” และความแน่น

ทองคำมีความหนาแน่นสูงมาก (หนักกว่าโลหะทั่วไป)

  • ชิ้นเล็กแต่รู้สึก “หนักแน่น” = มีแนวโน้มเป็นทองแท้

  • ชิ้นใหญ่แต่เบา = อาจเป็นทองปลอมหรือโลหะผสม

หากมีเครื่องชั่ง ลองเทียบกับน้ำหนักมาตรฐาน เช่น 1 บาททอง (ประมาณ 15.16 กรัม) จะช่วยให้แม่นยำขึ้น

maxresdefault

4. ทดสอบด้วย “แม่เหล็ก”

ทองแท้จะไม่ตอบสนองต่อแม่เหล็ก

  • ถ้าเอาแม่เหล็กไปจ่อแล้ว “ไม่ดูด” = ปกติ

  • ถ้าถูกดูดหรือขยับตามแม่เหล็ก = มีโลหะอื่นผสม (มีความเสี่ยงสูงว่าไม่แท้)

หมายเหตุ: ทองบางชนิดอาจผสมโลหะเล็กน้อย จึงควรใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น

5. ทดสอบด้วยเซรามิก (Ceramic Test)

ใช้กระเบื้องหรือจานเซรามิกที่ “ไม่เคลือบ” แล้วขีดเบาๆ

  • ทองแท้ → ทิ้งรอย “สีทอง”

  • ทองปลอม → มักเป็น “สีดำหรือเทา”

วิธีนี้ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ทองเป็นรอยได้

6. ฟังเสียงกระทบ

ลองปล่อยทองตกบนพื้นแข็งเบาๆ

  • ทองแท้ → เสียงทุ้ม นุ่ม ไม่กังวาน

  • ทองปลอม → เสียงแหลม ใส หรือก้อง

เหมาะใช้กับเหรียญหรือทองแท่งมากกว่าทองรูปพรรณ

v4-460px-tell-if-gold-is-real

7. ทดสอบด้วยน้ำ (Density Test แบบง่าย)

หย่อนทองลงในน้ำ

  • ทองแท้ → จมทันที (เพราะความหนาแน่นสูง)

  • ของปลอมบางชนิด → อาจลอยหรือจมช้า

ถ้าอยากแม่นยำขึ้น สามารถคำนวณความหนาแน่นจากน้ำหนัก/ปริมาตรได้

8. ทดสอบด้วยความร้อน (สำหรับผู้มีประสบการณ์)

ทองแท้จะไม่เปลี่ยนสีเมื่อโดนไฟ (ในระดับหนึ่ง)

  • หากเผาแล้วดำหรือเปลี่ยนสี → อาจเป็นโลหะอื่น

วิธีนี้ไม่แนะนำให้ทำเอง หากไม่มีความรู้ เพราะอาจทำให้ทองเสียหาย

9. ตรวจสอบ “ใบรับรอง” และแหล่งที่มา

การมีใบเสร็จหรือใบรับรองจากร้านทองช่วยเพิ่มความมั่นใจ ควรเลือกซื้อจากร้านที่อยู่ภายใต้ สมาคมค้าทองคำ ซึ่งมีมาตรฐานเรื่องคุณภาพและราคา

d4ca9b04a761d1d5291d890d21bb6

10. เปรียบเทียบ “ราคาทอง” ก่อนตัดสินใจ

ราคาทองมีการประกาศทุกวัน หากเจอราคาถูกกว่าตลาดมากผิดปกติ ให้ตั้งข้อสงสัยทันที เพราะทองแท้จะอิงราคากลางเสมอ

ข้อควรรู้ก่อน “ขายฝากทอง”

  • ร้านจะตรวจสอบความบริสุทธิ์อย่างละเอียด

  • ทองที่ไม่ใช่ 96.5% อาจถูกกดราคา

  • ทองชำรุดหรือไม่มีตรา อาจขายได้ยาก

บทสรุป

การดูทองแท้–ทองปลอมสามารถเริ่มต้นได้จากการสังเกตง่ายๆ เช่น ตราประทับ สี น้ำหนัก และใช้การทดสอบพื้นฐานอย่างแม่เหล็กหรือเซรามิก แต่เพื่อความมั่นใจสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อมีมูลค่าสูง ควรให้ร้านทองหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง

การมีความรู้เหล่านี้ติดตัว จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อทองใหม่ หรือเอาทองเก่าไปขายฝากก็ตาม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล