อย่าโทษแค่แอร์! EVN เปิดลิสต์ 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่คิดว่าปิดแล้ว แต่แท้จริงยัง "ดูดเงิน"
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1976/9884262/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgอย่าโทษแค่แอร์! EVN เปิดลิสต์ 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่คิดว่าปิดแล้ว แต่แท้จริงยัง "ดูดเงิน"

อย่าโทษแค่แอร์! EVN เปิดลิสต์ 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่คิดว่าปิดแล้ว แต่แท้จริงยัง "ดูดเงิน"

แชร์เรื่องนี้

ค่าไฟพุ่งแบบงงๆ! เปิดลิสต์ 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า "จอมกินไฟเงียบ" แค่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ เงินก็ไหลออกจากกระเป๋า 24 ชม.

เคยสงสัยไหม? ทั้งที่ไม่ได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ หรือใช้งานเท่าเดิม แต่ทำไมค่าไฟถึงพุ่งขึ้นผิดปกติ คำตอบอาจอยู่ที่ "กระแสไฟสแตนด์บาย" (Standby Power) หรือที่เรียกกันว่า "การกินไฟเงียบ" ซึ่งเป็นการที่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังแอบดึงไฟไปใช้ตลอดเวลาตราบเท่าที่ยังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ แม้เราจะกดปิดด้วยรีโมทไปแล้วก็ตาม

"การกินไฟเงียบ" คืออะไร?

ข้อมูลจากการไฟฟ้าฯ ระบุว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดไม่ได้ "ตัดไฟ" ทันทีที่กดปิดรีโมท แต่มันจะเข้าสู่โหมดรอรับคำสั่ง (Standby Mode) เพื่อรักษาความจำหน่วยความจำ, รอรับสัญญาณรีโมท, แสดงไฟ LED หรือนาฬิกาดิจิทัล ซึ่งการกินไฟเล็กน้อยนี้เมื่อรวมกันทั้งบ้านอาจทำให้ค่าไฟพุ่งขึ้นได้ถึง 5-10% ต่อเดือนเลยทีเดียว

6 อุปกรณ์จอมแอบกินไฟที่ทุกบ้านต้องระวัง

1. ทีวีและกล่องรับสัญญาณดิจิทัล
สมาร์ททีวีในปัจจุบันมักมีระบบ Quick Start เพื่อให้เปิดปุ๊บติดปั๊บ รวมถึงคอยอัปเดตซอฟต์แวร์และเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่เบื้องหลัง แม้หน้าจอจะดับไปแล้ว แต่ตัวเครื่องยังกินไฟต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เพื่อรอรับสัญญาณจากรีโมท

2. สายชาร์จมือถือและแล็ปท็อป
หลายคนชอบเสียบสายชาร์จทิ้งไว้กับปลั๊กโดยไม่ถอดออก แม้จะไม่ได้เสียบกับตัวเครื่อง แต่หม้อแปลงภายในยังมีการทำงานและดึงกระแสไฟจำนวนเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา การเสียบทิ้งไว้ทั้งบ้านรวมกันหลายๆ จุดก็เป็นยอดเงินที่ไม่น้อยในแต่ละปี

3. คอมพิวเตอร์ในโหมด Sleep
โหมด Sleep ช่วยให้เรากลับมาทำงานต่อได้รวดเร็ว แต่มันยังต้องใช้พลังงานเพื่อเลี้ยง RAM และส่วนประกอบหลักเอาไว้ หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน การ Shut Down และถอดปลั๊กจะเป็นการประหยัดไฟที่แท้จริง

4. ไมโครเวฟและหม้อ cơm ไฟฟ้าที่มีหน้าจอ
อุปกรณ์ที่มีหน้าจอแสดงเวลาหรือไฟ LED แสดงสถานะตลอดเวลา มักมีการใช้แผงวงจรควบคุมที่ทำงานไม่หยุดหย่อน แม้เราจะไม่ได้ปรุงอาหาร ระบบเหล่านี้ก็ยังดึงไฟไปเลี้ยงวงจรเพื่อเตรียมพร้อมรับคำสั่งอยู่เสมอ

5. เราเตอร์ Wi-Fi และอุปกรณ์เครือข่าย
นี่คืออุปกรณ์ที่แทบไม่มีการ "พัก" เลยในหลายบ้าน เราเตอร์มักจะถูกเปิดทิ้งไว้ข้ามคืนแม้ไม่มีคนใช้งาน ซึ่งมันจะคอยส่งสัญญาณและประมวลผลข้อมูลตลอดเวลา หากปิดในจังหวะที่ไม่ได้ใช้งาน (เช่น ตอนนอนหรือออกไปนอกบ้าน) จะช่วยลดภาระค่าไฟลงได้มาก

6. ลำโพงและชุดเครื่องเสียง
ลำโพงบลูทูธ ซาวด์บาร์ หรือแอมพลิฟายเออร์รุ่นใหม่ๆ มักจะมีโหมดรอรับสัญญาณ (Auto-wake) ซึ่งจะคอยเปิดวงจรรับสัญญาณไร้สายทิ้งไว้ ทำให้มีการดึงไฟไปใช้แม้จะไม่มีเสียงเพลงดังออกมาก็ตาม

ทริคประหยัดไฟแบบเห็นผลทันที

  1. ปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วง: ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์แยก เพื่อตัดวงจรไฟฟ้าทั้งหมดเมื่อไม่ใช้งาน
  2. ถอดปลั๊กเมื่อไปข้างนอก: หากต้องออกบ้านนานๆ หรือไปต่างจังหวัด การถอดปลั๊กคือการตัดรายจ่ายได้ดีที่สุด
  3. เช็กฉลากประหยัดไฟ: เมื่อซื้อเครื่องใหม่ ควรเลือกที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น การยอมเสียเวลาถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ที่ตัวเครื่องให้สนิท อาจดูเป็นเรื่องจุกจิก แต่หากทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย คุณจะพบว่ายอดเงินในใบแจ้งหนี้ค่าไฟลดลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนถัดไป

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA