รวยอย่างเดียวไม่ได้! คลิปขยี้รถคันละ 30 ล้าน อัดเสากั้นซ้ำๆ จนน้ำมันเยิ้ม งงทำเพื่ออะไร?

รวยอย่างเดียวไม่ได้! คลิปขยี้รถคันละ 30 ล้าน อัดเสากั้นซ้ำๆ จนน้ำมันเยิ้ม งงทำเพื่ออะไร?

รวยอย่างเดียวไม่ได้! คลิปขยี้รถคันละ 30 ล้าน อัดเสากั้นซ้ำๆ จนน้ำมันเยิ้ม งงทำเพื่ออะไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใจสลายแทน! ควบ Lamborghini Urus พุ่งชนเสากั้นซ้ำๆ แบบไม่สนโลก พังพินาศในพริบตา

ยังจำได้ไหม? คลิปที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียล เมื่อมีการกระทำสุดประหลาดของคนขับ Lamborghini Urus เอสยูวีหรูราคาหลักสิบล้าน ที่ตัดสินใจพุ่งชนเสากั้นถนนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไม่เสียดายรถ จนสภาพรถพังยับเยินน้ำมันไหลนองพื้น

ความเข้าใจผิดที่ว่า "คนรวยต้องถนอมรถ"

ปกติแล้วเมื่อเรานึกถึงเจ้าของรถซูเปอร์คาร์หรือรถหรูราคาแพง เรามักจะจินตนาการถึงการดูแลประดุจไข่ในหิน ตั้งแต่การเลือกน้ำมันเกรดพรีเมียม การเข้าศูนย์บริการตรงเวลา ไปจนถึงการล้างรถที่สะอาดหมดจดทุกระเบียดนิ้ว แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรครั้งนี้ กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า "ไม่ใช่ทุกคนที่จะคิดแบบนั้น"

วินาทีขยี้ซูเปอร์คาร์ 3 แสนยูโร

คลิปวิดีโอจากบัญชี Instagram "barkingstreetblogs" เผยให้เห็น Lamborghini Urus สีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ที่กำลังพยายามเลี้ยวเข้าถนนเส้นหนึ่ง ซึ่งมีเสากั้นถนนแบบเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติ (Retractable Bollards) ขวางทางอยู่

แทนที่คนขับจะหยุดรถรอหรือหาทางอ้อม เขากลับตัดสินใจขับพุ่งชนเสาเหล็กนั้นอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นที่ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับขนลุก แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ หลังจากชนครั้งแรกแล้ว เขากลับถอยรถและพุ่งชนซ้ำอีกหลายครั้ง ราวกับพยายามจะฝ่าด่านเหล็กนั้นไปให้ได้

พังเกินเยียวยา น้ำมันนองเต็มถนน

ผลจากการ "เอาหน้าเข้าแลก" ทำให้ Lamborghini คันงามได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากเพียงแค่รอยขีดข่วนในช่วงแรก กลายเป็นความพินาศของระบบภายใน ในช่วงท้ายของคลิปจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีของเหลวไหลออกมาจากตัวรถจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าเป็นน้ำยาหล่อเย็นหรือน้ำมันเครื่องที่รั่วซึมออกมาจากแรงกระแทก

เหตุการณ์นี้ทิ้งปริศนาไว้ให้ชาวเน็ตทั่วโลกสงสัยว่า แรงจูงใจที่แท้จริงของคนขับคืออะไรกันแน่? ไม่ว่าจะเป็นความใจร้อนชั่ววูบ หรือความประมาทที่ประเมินค่าความแข็งแกร่งของเสากั้นถนนต่ำไป แต่ที่แน่ๆ ค่าซ่อมของ Lamborghini Urus คันนี้อาจจะพุ่งสูงจนน่าตกใจ หรืออาจจะกลายเป็นเศษเหล็กราคาแพงไปในพริบตา

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล