คลิปนาทีระทึก! รถรับส่งผู้พิการฝ่าด่านกั้นความสูง ชนคานอุโมงค์กลายเป็นรถเปิดประทุน

คลิปนาทีระทึก! รถรับส่งผู้พิการฝ่าด่านกั้นความสูง ชนคานอุโมงค์กลายเป็นรถเปิดประทุน

คลิปนาทีระทึก! รถรับส่งผู้พิการฝ่าด่านกั้นความสูง ชนคานอุโมงค์กลายเป็นรถเปิดประทุน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ระทึก! รถรับส่งผู้พิการฝ่าอุโมงค์ทางลอด ถูกเฉือนหลังคาขาดหายทั้งแถบ กลายเป็นรถเปิดประทุน

เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนนในกรุงไทเป ของไต้หวัน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อรถบัสฟื้นฟูสมรรถภาพหรือรถรับส่งผู้พิการ พยายามขับมุดอุโมงค์ทางลอดสำหรับรถจักรยานยนต์บริเวณถนนจีหลง แต่เนื่องจากความสูงของตัวรถเกินกำหนด ทำให้หลังคารถถูกคานเหล็กจำกัดความสูงเฉือนจนขาดหายไปทั้งแถบ

จากคลิปวิดีโอหลักฐานที่ถูกเผยแพร่โดยกล้องหน้ารถคันหลัง แสดงให้เห็นภาพนาทีระทึกขณะที่รถคันดังกล่าวขับมุ่งหน้าเข้าสู่อุโมงค์ โดยในระหว่างทางได้ขับชนคานเตือนความสูงถึง 2 ครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่คนขับกลับเพิกเฉยและไม่ได้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ

จนกระทั่งตัวรถมุดเข้าสู่อุโมงค์และชนเข้ากับคานเหล็กจำกัดความสูงอย่างจัง ส่งผลให้หลังคารถถูกฉีกกระชากออกจนกลายเป็นรถเปิดประทุนในทันที ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อนถนน

เสียดายทรัพยากร! รถใหม่ราคา 2 ล้านบาทพังยับจากความประมาท

รายงานข่าวจากสำนักข่าว ETtoday ระบุว่า รถบัสคันที่เกิดเหตุเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีอายุการใช้งานไม่ถึง 3 ปี ซึ่งได้รับบริจาคมาจากผู้ใจบุญเพื่อใช้ในสาธารณกุศล มีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านบาท (ประมาณ 1.8 ล้านบาทไทย) อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อตัวรถจนแทบซ่อมไม่ได้ แต่ยังส่งผลกระทบต่อทรัพยากรที่ใช้ดูแลผู้พิการและผู้สูงอายุในโครงการระยะยาวอีกด้วย

 

หลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงความประมาทของคนขับ โดยเฉพาะการที่ชนคานเตือนแล้วแต่ยังฝืนขับต่อไป บางส่วนระบุว่าอุโมงค์แห่งนี้มีการติดตั้งป้ายเตือนความสูงไว้อย่างชัดเจนทั้งสองด้าน แต่ก็ยังคงมีผู้ขับขี่ที่ประมาทพยายามขับฝ่าเข้าไปจนเกิดเหตุการณ์ "เปิดกระป๋อง" เช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและดำเนินการเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าวออกจากพื้นที่แล้ว พร้อมเตรียมสอบสวนคนขับรถเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและพิจารณาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินทางราชการต่อไป

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล