เปิด 14 นามสกุล ผ่าตัดเสี่ยงถึงตาย! เหตุ "ยีนแพ้ยาสลบ" หมอชี้ชัด เรื่องจริงไหม?
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1975/9877390/1newnewnewnewnewnewnew-thumbn_1.jpgเปิด 14 นามสกุล ผ่าตัดเสี่ยงถึงตาย! เหตุ "ยีนแพ้ยาสลบ" หมอชี้ชัด เรื่องจริงไหม?

เปิด 14 นามสกุล ผ่าตัดเสี่ยงถึงตาย! เหตุ "ยีนแพ้ยาสลบ" หมอชี้ชัด เรื่องจริงไหม?

แชร์เรื่องนี้

ภาวะ Malignant Hyperthermia คืออะไร? เปิดข้อมูล 14 นามสกุล เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบ หลังเคสศัลยกรรมจมูกนอนโคม่า

กรณีข่าวนักธุรกิจชายวัย 37 ปี เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและเหลาคางในคลินิกเสริมความงามชื่อดัง มูลค่ากว่า 480,000 บาท ก่อนเกิดอาการผิดปกติรุนแรงหลังดมยาสลบ จนต้องถูกส่งตัวเข้าห้อง ICU และมีค่ารักษาพยาบาลสูงกว่า 2 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสาเหตุสำคัญอาจเกี่ยวข้องกับ ภาวะ Malignant Hyperthermia ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการตอบสนองต่อยาสลบบางชนิด

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของการดมยาสลบ แม้แพทย์จะยืนยันว่ากระบวนการผ่าตัดไม่ได้เกิดข้อผิดพลาดจากการผ่าตัดโดยตรง แต่ภาวะนี้ถือเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ยากจะคาดเดาล่วงหน้า และพบได้ค่อนข้างน้อยในทางการแพทย์

ภาวะ Malignant Hyperthermia คืออะไร

Malignant Hyperthermia (MH) คือภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อยาดมสลบหรือยาหย่อนกล้ามเนื้อบางชนิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานของกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติอย่างเฉียบพลัน ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อหดเกร็ง และระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงผิดปกติ

นพ.สุรเวช น้ำหอม ศัลยแพทย์ตกแต่ง อธิบายว่า ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมการทำงานของแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อ เมื่อได้รับยาสลบบางชนิด เช่น Succinylcholine จะกระตุ้นให้แคลเซียมหลั่งออกมามากผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวอย่างรุนแรงและเกิดความร้อนสะสมในร่างกาย

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เซลล์กล้ามเนื้ออาจสลายตัวและปล่อยของเสียเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด ไตวาย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ภาวะหายาก แต่มีความเสี่ยงรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญีวิทยาระบุว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia พบได้ประมาณ 1 ใน 100,000 รายของผู้ที่ได้รับการดมยาสลบ แม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลทันที

วิธีรับมือสำคัญคือการหยุดยาสลบที่เป็นตัวกระตุ้นทันที และให้ยาต้านพิษเฉพาะทางชื่อว่า Dantrolene ทางหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นยาที่ใช้ยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อและช่วยลดความรุนแรงของโรค

อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวมีราคาสูงและมักถูกเก็บสำรองไว้ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เนื่องจากภาวะนี้พบได้ไม่บ่อย ทำให้บางสถานพยาบาลอาจไม่มีการสำรองยาปริมาณมาก

เปิดข้อมูล 14 นามสกุลที่เคยมีรายงานความเสี่ยง

นพ.กิตติธัช สินพิพัฒน์พร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ให้ข้อมูลว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ และในประเทศไทยเคยมีรายงานประวัติผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับบางตระกูล โดยมีการเผยแพร่รายชื่อนามสกุลที่เคยพบความเสี่ยง ได้แก่

  • จิวเยี่ยน
  • ทิพยไกรสร
  • เพ็ชรงาม
  • อินเทพ
  • แป้นขอม
  • ต๊อดแก้ว
  • เจริญดง
  • โพธิเดช
  • มาวงศ์
  • แก่นจันทร์โส
  • ปรางทอง
  • อ่อนนภา
  • กลมกลิ้ง
  • อุ้ยน้ำเที่ยง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญ ชี้แจงถึงประเด็น 14 นามสกุลเสี่ยง ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงบางส่วน เนื่องจากมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจริง แต่การวินิจฉัยภาวะนี้ไม่ได้ใช้ “นามสกุล” เป็นเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากความผิดปกติของยีนสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายครอบครัว และบุคคลทั่วไปก็อาจมีความเสี่ยงได้เช่นกัน 

แพทย์แนะนำ สิ่งสำคัญก่อนผ่าตัดต้องแจ้งประวัติครอบครัว

ศ.นพ.สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเข้ารับการผ่าตัดคือการแจ้งข้อมูลสุขภาพและประวัติครอบครัวกับวิสัญญีแพทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะหากเคยมีคนในครอบครัวเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหลังดมยาสลบ

ในบางกรณี แพทย์อาจเลือกใช้วิธีระงับความรู้สึกแบบอื่น เช่น การฉีดยาชาเฉพาะที่ แทนการดมยาสลบ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะ Malignant Hyperthermia

สรุปภาวะ Malignant Hyperthermia ภัยเงียบที่ควรรู้ก่อนดมยาสลบ

ภาวะ Malignant Hyperthermia เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากยาสลบที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม แม้จะพบได้เพียงประมาณ 1 ใน 100,000 ราย แต่หากเกิดขึ้นแล้วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

กรณีข่าวนักธุรกิจวัย 37 ปีจึงกลายเป็นตัวอย่างที่ทำให้สังคมหันมาสนใจเรื่องความปลอดภัยของการดมยาสลบมากขึ้น โดยแพทย์ย้ำว่าการแจ้งประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัวกับทีมแพทย์ก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง เป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย