จังหวัดไหนในไทย "เด็กเกิดใหม่" สูงสุด-ต่ำสุด ข้อมูลล่าสุดปี 2569 น่าเป็นห่วง!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1974/9874346/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgจังหวัดไหนในไทย "เด็กเกิดใหม่" สูงสุด-ต่ำสุด ข้อมูลล่าสุดปี 2569  น่าเป็นห่วง!

จังหวัดไหนในไทย "เด็กเกิดใหม่" สูงสุด-ต่ำสุด ข้อมูลล่าสุดปี 2569 น่าเป็นห่วง!

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

วิกฤตเด็กเกิดต่ำ! เจาะลึก "ดัชนีเด็กเกิดใหม่" รายจังหวัดปี 2569 ที่ไหนรุ่ง ที่ไหนร่วง เช็กเลย

เข้าสู่ปี 2569 (2026) ประเทศไทยไม่ได้เพียงแค่ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัย" แต่เรากำลังเผชิญกับคลื่น "สึนามิสีเงิน" อย่างเต็มรูปแบบ ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ที่เคยแตะหลักล้านในอดีต กลายเป็นเพียงความทรงจำ วันนี้ Sanook จะพาไปเจาะลึกข้อมูลล่าสุดว่าจังหวัดไหนยังมีเสียงร้องอุแว้ๆ ให้ได้ยิน และจังหวัดไหนที่เงียบเหงาจนน่าใจหาย

ภาพรวมประเทศ: ปีแห่งการ "เกิดต่ำกว่า 4 แสน"

สถานการณ์ภาพรวมของประเทศในปีนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ จากการรายงานของ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในเอกสารสารประชากร (Population Gazette) ประจำเดือนมกราคม ปี 2569 ระบุว่า อัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate: TFR) ของหญิงไทยลดลงเหลือเพียง 0.86 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนที่ควรจะเป็น (2.1) ไปไกลมาก และคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรวัยเด็ก (0-14 ปี) จะเหลือสัดส่วนเพียงร้อยละ 13.9 ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลในรายงาน "สถิติประชากรไทย 2026" ซึ่งอ้างอิงสถิติจาก กรมการปกครอง (DOPA) ในช่วงต้นปี 2569 ระบุว่า แนวโน้มจำนวนเด็กเกิดใหม่ตลอดทั้งปี 2569 มีโอกาสสูงมากที่จะลดต่ำลงกว่าระดับ 380,000 - 400,000 คน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยสถิติเดือนมกราคม 2569 เพียงเดือนเดียว มีเด็กเกิดใหม่เพียง 31,395 คนเท่านั้น

จังหวัดที่มีเด็กเกิดใหม่ "ต่ำที่สุด" 

กลุ่มจังหวัดเหล่านี้กำลังเผชิญภาวะ "สังคมคนแก่" อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากประชากรวัยแรงงานย้ายถิ่นฐานออกไปเกือบหมด จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ในรายงาน "สถิติประชากรไทย 2026" และข้อมูลจาก กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กลุ่มจังหวัดที่มีจำนวนการเกิดน้อยที่สุด ได้แก่:

  • สมุทรสงคราม: ครองแชมป์จังหวัดที่มีเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดในประเทศ โดยมีตัวเลขคาดการณ์ต่อปีอยู่แค่หลักร้อย หรือประมาณ 600 คน
  • ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง: กลุ่มจังหวัดภาคกลางเหล่านี้มีตัวเลขการเกิดอยู่ในระดับวิกฤต คือประมาณ 900 - 1,200 คนต่อปีเท่านั้น
  • ตราด: เป็นจังหวัดภาคตะวันออกที่มีการเกิดต่ำที่สุดในภูมิภาค อยู่ที่ระดับประมาณ 1,200 กว่าคน

จังหวัดที่มีเด็กเกิดใหม่ "สูงที่สุด"

แม้ภาพรวมจะดูซบเซา แต่ยังมีบางพื้นที่ที่เป็น "เดอะแบก" ของประเทศ โดยเฉพาะเมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจพิเศษ จากการประเมินทางประชากรศาสตร์ในรายงาน "Strategic Demographic Assessment of Thailand: 2026" และข้อมูลจาก กรมการปกครอง ระบุตัวเลขคาดการณ์และแนวโน้มที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • กรุงเทพมหานคร: ยังคงเป็นอันดับ 1 ด้วยฐานประชากรที่ใหญ่ โดยคาดการณ์จำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 45,000 - 58,000 คน (ตัวเลขขึ้นอยู่กับการนับรวมประชากรแฝง)
  • ชลบุรี: ด้วยอานิสงส์ของ EEC ทำให้มีแรงงานหนุ่มสาวหลั่งไหลเข้าไป โดยคาดการณ์ว่าจะมีเด็กเกิดใหม่สูงถึง 13,500 - 18,000 คน ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีพลวัตสูงที่สุดรองจากกรุงเทพฯ
  • นครราชสีมา: เมืองหลวงแห่งอีสานยังคงรักษาระดับการเกิดไว้ได้ดี โดยคาดว่าจะมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 13,000 - 18,000 คน
  • เชียงใหม่: แม้จะเป็นสังคมสูงวัย แต่ด้วยความเป็นเมืองใหญ่ คาดว่าจะมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 9,500 - 12,000 คน

ปรากฏการณ์ "ชายแดนใต้" และ "เมืองอุตสาหกรรม"

มีความแตกต่างที่น่าสนใจในเชิงโครงสร้างประชากรระหว่างภูมิภาค จากการสำรวจและวิเคราะห์ในรายงาน "Strategic Demographic Assessment of Thailand: 2026" ระบุว่า พื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัด นราธิวาส ยังคงมีอัตราการเกิด (Crude Birth Rate) สูงที่สุดในประเทศที่ระดับประมาณ 12.8 ต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ระดับ 5.7 - 6.5 อย่างมาก ในขณะที่ภาคตะวันออก จากข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) และรายงานสถิติสาธารณสุข ชี้ให้เห็นว่าจังหวัด ระยอง เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีอัตราการเกิดค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ โดยอยู่ที่ประมาณ 9.1 ต่อประชากร 1,000 คน เนื่องจากความมั่นคงทางรายได้ของประชากรวัยแรงงานในภาคอุตสาหกรรม

บทสรุป

ปี 2569 คือปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ข้อมูลจาก World Population Review และ Worldometer ยืนยันตรงกันว่า อายุเฉลี่ย (Median Age) ของคนไทยได้ขยับขึ้นไปแตะระดับ 41.5 - 42.0 ปี แล้ว ซึ่งหมายความว่าเราแก่กว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 10 ปี การวางแผนรับมือกับสังคมสูงวัยจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่อง "เดี๋ยวนี้" ที่ทุกคนต้องตระหนัก

แหล่งอ้างอิง