"สมชัย" โพสต์ปมบัตรเลือกตั้ง ชี้สเปกไม่ธรรมดา เตือน กกต.ระวังงานงอกปมบาร์โค้ด
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1974/9873278/new-thumbnail1200x720_v2(1).jpg"สมชัย" โพสต์ปมบัตรเลือกตั้ง ชี้สเปกไม่ธรรมดา เตือน กกต.ระวังงานงอกปมบาร์โค้ด

"สมชัย" โพสต์ปมบัตรเลือกตั้ง ชี้สเปกไม่ธรรมดา เตือน กกต.ระวังงานงอกปมบาร์โค้ด

แชร์เรื่องนี้

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. เผยสเปกบัตรเลือกตั้งไม่ธรรมดา เตือน กกต.ระวังงานงอก ปมบาร์โค้ด

ประเด็นร้อนเรื่อง "บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" ยังไม่จบง่ายๆ ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร" วิเคราะห์เจาะลึกถึงต้นทุนและกระบวนการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ที่อาจมี "รหัสลับ" ซ่อนอยู่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง

บัตรแพง ต้นทุนสูง เพราะมี "ของดี" ซ่อนอยู่

นายสมชัยระบุว่า บัตรเลือกตั้งที่ กกต. ใช้นั้นมีต้นทุนการผลิตที่ไม่น้อย โดยบัตรสีชมพูราคา 1.40 บาท บัตรสีเขียว 1.20 บาท และบัตรสีเหลือง 1.00 บาท รวมพิมพ์อย่างละประมาณ 56 ล้านใบ สาเหตุที่ราคาสูงเพราะมีสเปกพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลง เช่น ลายน้ำที่ต้องใช้แสง UV ส่อง หรือตัวหนังสือขนาดจิ๋ว (Micro Text)

ทั้งนี้ ตามระเบียบการเลือกตั้ง สส. ข้อ 129 เปิดช่องให้คณะกรรมการกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายลับเพื่อป้องกันการปลอมแปลงได้ แต่หัวใจสำคัญคือ ต้องมีไว้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

รหัสลับ หรือกับดัก? สแกนปุ๊บ รู้ตัวคนกาปั๊บ

จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ นายสมชัยชี้ว่าหากบัตรเลือกตั้ง (โดยเฉพาะบัตรสีชมพูที่มีบาร์โค้ด) สามารถนำรหัสมาตรวจสอบย้อนหลังได้ จะถือเป็นเรื่องใหญ่ทันที โดยอธิบายกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลดังนี้:

  • เลขที่บัตร ถูกสร้าง (Generate) จากสูตรที่คำนวณย้อนกลับไปหา "เล่มที่" ของบัตรได้
  • เล่มที่ของบัตร ถูกควบคุมการจ่ายว่าใช้ใน "หน่วยเลือกตั้งใด"
  • เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกับต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส. 1/3) ก็จะทราบทันทีว่า "ใครเป็นคนกาบัตรใบนั้น"

ผิดรัฐธรรมนูญเต็มประตู ระวัง "งานงอก"

นายสมชัยทิ้งท้ายเตือนสติผู้เกี่ยวข้องว่า หากระบบถูกออกแบบมาให้รู้ตัวคนลงคะแนนได้จริง จะขัดต่อ มาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุชัดเจนว่าการออกเสียงลงคะแนนต้องเป็นไป "โดยตรงและลับ" ซึ่งหากความลับแตกและพิสูจน์ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ อาจกลายเป็นคดีความใหญ่โตที่ทำให้ผู้รับผิดชอบต้อง "ย้ายที่นอน" หรือติดคุกได้เลยทีเดียว

  1. ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร