อันดับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" ล่าสุดปี 2025 "ไทย" อันดับเท่าไหร่ แค่ในอาเซียนก็เครียดแล้ว
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1974/9872714/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgอันดับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" ล่าสุดปี 2025 "ไทย" อันดับเท่าไหร่ แค่ในอาเซียนก็เครียดแล้ว

อันดับ "ทักษะภาษาอังกฤษ" ล่าสุดปี 2025 "ไทย" อันดับเท่าไหร่ แค่ในอาเซียนก็เครียดแล้ว

แชร์เรื่องนี้

เจาะลึก "ภาษาอังกฤษคนไทย" ปี 2025 ร่วงหรือรุ่ง? เมื่อเทียบเพื่อนบ้านอาเซียน

ในปี 2025 ท่ามกลางกระแสโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และการสื่อสารไร้พรมแดน คำถามสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ "ทักษะภาษาอังกฤษของคนไทย" กำลังเดินหน้าไปในทิศทางใด ซึ่งผลลัพธ์ล่าสุดจากดัชนีชี้วัดระดับโลกได้ให้คำตอบที่น่ากังวลว่า สถานการณ์ของไทยกำลังอยู่ในภาวะ "ร่วง" อย่างน่าตกใจเมื่อเทียบกับมาตรฐานโลกและเพื่อนบ้านในอาเซียน

บทความนี้จะพาไปสำรวจข้อมูลเชิงลึก จัดอันดับ และวิเคราะห์สาเหตุ โดยอ้างอิงจากรายงานที่เชื่อถือได้ระดับสากล เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนที่สุด

ภาพรวมปี 2025: ไทยรั้งท้ายในกลุ่ม "ต่ำมาก"

จากการรายงานของ EF Education First ซึ่งได้จัดทำดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ หรือ EF EPI (EF English Proficiency Index) ประจำปี 2025 โดยเก็บข้อมูลจากผู้เข้าสอบกว่า 2.2 ล้านคนทั่วโลก ระบุชัดเจนว่า ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มระดับความสามารถทางภาษา "ต่ำมาก" (Very Low Proficiency)

ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยอยู่ใน อันดับที่ 116 จากทั้งหมด 123 ประเทศทั่วโลก โดยมีคะแนนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 402 คะแนน ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตราย เพราะคะแนนลดลงถึง 13 คะแนนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ปี 2567 ที่ได้ 415 คะแนน)

จัดอันดับอาเซียน: ใครรุ่ง ใครร่วง?

เมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ข้อมูลจาก EF EPI 2025 ชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน โดยไทยรั้งตำแหน่ง "รองบ๊วย" ของภูมิภาค ชนะเพียงแค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น โดยมีลำดับคะแนนดังนี้:

  • อันดับ 1 มาเลเซีย: คะแนน 581 (ระดับสูง - High)
  • อันดับ 2 ฟิลิปปินส์: คะแนน 569 (ระดับสูง - High)
  • อันดับ 3 เวียดนาม: คะแนน 500 (ระดับปานกลาง - Moderate)
  • อันดับ 4 อินโดนีเซีย: คะแนน 471 (ระดับต่ำ - Low)
  • อันดับ 5 ลาว: คะแนน 461 (ระดับต่ำ - Low)
  • อันดับ 6 เมียนมา: คะแนน 444 (ระดับต่ำมาก - Very Low)
  • อันดับ 7 ไทย: คะแนน 402 (ระดับต่ำมาก - Very Low)
  • อันดับ 8 กัมพูชา: คะแนน 390 (ระดับต่ำมาก - Very Low)

จะเห็นได้ว่า มาเลเซียและฟิลิปปินส์ยังคงครองความเป็นผู้นำในภูมิภาคด้วยระดับความสามารถขั้น "สูง" ในขณะที่เวียดนามมีการพัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับ "ปานกลาง" ทิ้งห่างประเทศไทยไปไกลถึง 52 อันดับในเวทีโลก

เจาะลึกจุดอ่อน: อ่านพอได้ แต่ "พูด-เขียน" วิกฤต

หากวิเคราะห์ลึกลงไปในรายละเอียดของคะแนน จากรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งอ้างอิงผลคะแนนแยกทักษะของ EF EPI พบว่าทักษะของคนไทยมีความไม่สมดุลอย่างมาก ดังนี้:

  • ทักษะการอ่าน (Reading): 416 คะแนน (ดีที่สุดใน 4 ทักษะ)
  • ทักษะการฟัง (Listening): 385 คะแนน
  • ทักษะการพูด (Speaking): 377 คะแนน
  • ทักษะการเขียน (Writing): 363 คะแนน (ต่ำที่สุด)

ข้อมูลจาก EF Education First วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทักษะการพูดและการเขียนของไทยต่ำที่สุด สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่ทักษะการพูดมักถูกละเลยในระบบการศึกษาที่เน้นการสอบวัดระดับมากกว่าการใช้งานจริง ในขณะที่ทักษะการอ่านทำได้ดีกว่าเพราะสามารถฝึกฝนได้ด้วยตนเองผ่านสื่อออนไลน์และเครื่องมือแปลภาษา

พัทยาชนะกรุงเทพฯ? เจาะพื้นที่และช่วงอายุที่น่าสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้คือ ความสามารถทางภาษาอังกฤษไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวง โดยข้อมูลจาก Eduzones ระบุสถิติที่น่าสนใจไว้ดังนี้:

  • เมืองที่ทำคะแนนสูงสุด: พัทยา (474 คะแนน)
  • กรุงเทพมหานคร: ได้เพียง 400 คะแนน
  • ภูมิภาคที่คะแนนสูงสุด: ภาคกลาง (438 คะแนน)

ในด้านช่วงอายุ กลุ่มคนที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดคือกลุ่ม อายุ 26-30 ปี (คะแนนเฉลี่ย 481) ซึ่งเป็นวัยทำงานที่อาจต้องใช้ภาษาในการประกอบอาชีพ ในขณะที่กลุ่มเยาวชนหรือนักเรียนกลับไม่ได้มีคะแนนสูงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาในโรงเรียนอาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการเก่งภาษา

บทวิเคราะห์: ทำไมไทยถึง "ร่วง" ในยุค AI

จากบทความของ MGR Online และ กรุงเทพธุรกิจ ได้มีการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของไทยยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ดังนี้:

  • การเรียนการสอนแบบท่องจำ: ระบบการศึกษายังเน้นไวยากรณ์และการสอบ (Grammar-translation) มากกว่าการสอนเพื่อการสื่อสาร (Communicative Language Teaching) ทำให้ผู้เรียนขาดความมั่นใจในการพูด
  • กับดักเทคโนโลยี: แม้จะมี AI ช่วยแปลภาษา แต่รายงาน EF EPI ระบุว่า AI ยังไม่สามารถทดแทน "ความเป็นธรรมชาติและบริบททางสังคม" ได้ ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบในการสั่งงานและใช้ประโยชน์จาก AI ที่มักพัฒนาเป็นภาษาอังกฤษก่อน
  • ขาดสภาพแวดล้อม: ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความเห็นผ่าน MGR Online ว่า การเรียนรู้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน ไม่มีการสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

สรุป: วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข

สรุปได้ว่า สถานะ ภาษาอังกฤษคนไทย ในปี 2025 อยู่ในเกณฑ์ "ร่วง" อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญในอาเซียนอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย การที่ไทยรั้งอันดับ 116 ของโลก สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีแปลภาษาเพียงอย่างเดียว

ทางออกสำคัญตามข้อเสนอแนะในรายงาน คือการลงทุนฝึกทักษะเชิงปฏิบัติ (พูดและเขียน) และบูรณาการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับการใช้ AI อย่างชาญฉลาด เพื่อไม่ให้คนไทยเสียเปรียบในตลาดแรงงานโลก

แหล่งอ้างอิง