นิ่วในถุงน้ำดี กลายเป็นมะเร็งได้ไหม? สังเกต 4 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

นิ่วในถุงน้ำดี กลายเป็นมะเร็งได้ไหม? สังเกต 4 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

นิ่วในถุงน้ำดี กลายเป็นมะเร็งได้ไหม? สังเกต 4 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นิ่วในถุงน้ำดี กลายเป็นมะเร็งได้ไหม? สังเกต 4 อาการเบื้องต้น สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป เกิดจากการตกผลึกของสารบางชนิด เช่น คอเลสเตอรอล หรือเกลือน้ำดี ภายในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นอวัยวะเล็กๆ ใต้ตับ มีหน้าที่เก็บน้ำดีที่ช่วยย่อยไขมัน หากนิ่วมีขนาดเล็ก มักไม่แสดงอาการ แต่หากก้อนนิ่วไปอุดตันทางเดินน้ำดี อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือปวดท้องเฉียบพลัน

นิ่วในถุงน้ำดีอาจกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่?

ในบางกรณี นิ่วในถุงน้ำดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งถุงน้ำดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีนิ่วอยู่เป็นเวลานานหลายปี เนื่องจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุถุงน้ำดีอาจทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงนี้ถือว่าพบได้น้อยเมื่อเทียบกับผู้ที่มีนิ่วทั่วไป

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

  • ผู้ที่มีนิ่วขนาดใหญ่กว่า 3 เซนติเมตร
  • ผู้ที่มีถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำดีแคลซิไฟด์ (Porcelain gallbladder)
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งถุงน้ำดี

อาการเบื้องต้นของนิ่วในถุงน้ำดี

แม้นิ่วในถุงน้ำดีหลายกรณีจะไม่แสดงอาการ แต่หากเริ่มมีปัญหา ควรสังเกตอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดบริเวณชายโครงขวา หรือกลางท้องหลังรับประทานอาหารมัน
  • คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องอืด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (หากมีการอุดตันทางเดินน้ำดี)
  • ไข้ หนาวสั่น หรือปวดร้าวไปหลังและหัวไหล่ขวา

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ

  • เพศหญิงอายุมากกว่า 40 ปี

  • คนในครอบครัวเคยเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี

  • มีน้ำหนักตัวมาก (ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25) ในบางรายมีน้ำหนักลดลงมากในช่วงเวลาสั้นๆ

  • มีบุตรหลายคน / ตั้งครรภ์

  • ใช้ยาลดระดับคอเลสเตอรอล

  • มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน

  • รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทน

  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันและมีแคลอรี่สูง กากใยอาหารน้อย

วิธีวินิจฉัยและรักษา

แพทย์จะตรวจวินิจฉัยด้วยการอัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูขนาดและตำแหน่งของนิ่ว หากนิ่วมีขนาดใหญ่หรือเกิดอาการอักเสบเรื้อรัง มักแนะนำให้ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการส่องกล้อง (Laparoscopic cholecystectomy) ที่มีแผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว

ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีได้อย่างไร

  • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและของทอด
  • รับประทานผักผลไม้และอาหารที่มีกากใยสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการผิดปกติทางช่องท้อง

สรุป: นิ่วในถุงน้ำดีควรระวัง อย่าปล่อยไว้จนเรื้อรัง

นิ่วในถุงน้ำดี ส่วนใหญ่ไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่หากปล่อยให้เกิดการอักเสบเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงได้ ดังนั้นควรสังเกตอาการ ปรับพฤติกรรมการกิน และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล