ช่วงเวลาทองของ "มื้อเย็น" กินกี่โมงดีต่อสุขภาพที่สุด ลดเสี่ยงเบาหวาน ดีต่อระบบย่อย

ช่วงเวลาทองของ "มื้อเย็น" นักวิจัยระบุ "กินกี่โมง" ดีต่อสุขภาพที่สุด ลดเสี่ยงเบาหวาน ไม่ทำร้ายระบบย่อย
หลายคนให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในจานอาหารเย็น ว่าต้องครบคุณค่าหรือดีต่อสุขภาพ แต่ “เวลาในการกิน” มักถูกละเลย ทั้งที่งานวิจัยใหม่ๆ พบว่า เวลาที่เรากินอาหารมีผลต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่าชนิดของอาหาร โดยเฉพาะ “มื้อเย็น” ที่นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าควรกินให้เร็วขึ้นจะดีกว่า
ทำไมเวลาอาหารถึงสำคัญ?
ร่างกายมนุษย์มี “นาฬิกาชีวภาพ” (Body Clock) ที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลา ดร.แฟรงก์ เชียร์ (Frank Scheer) จากโรงพยาบาล Brigham and Women’s Hospital อธิบายว่า “เราไม่ใช่คนคนเดียวกันในตอนเช้ากับตอนเย็น เพราะระบบภายในทำงานต่างกัน”
นั่นหมายความว่า อาหารมื้อเดียวกัน จะให้ผลต่อร่างกายไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเวลาที่เรากิน
กินดึกส่งผลอย่างไร?
งานวิจัยของ ดร.เดซี ดวน (Daisy Duan) จาก Johns Hopkins University พบว่า ผู้เข้าร่วม 20 คนที่กินอาหารเย็นเวลา 6 โมงเย็น มีระดับน้ำตาลในเลือดและการเผาผลาญไขมันดีกว่าช่วงที่กินเวลา 4 ทุ่ม การกินดึกทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงและร่างกายจัดการไขมันได้แย่ลง
แม้จะกินก่อนนอนนานหรือไม่นาน ผลก็ไม่ต่างกันมาก ดร.เชียร์ระบุว่า “ฮอร์โมนเมลาโทนิน” ซึ่งหลั่งตอนกลางคืนเพื่อเตรียมร่างกายให้หลับ มีผลขัดขวางการควบคุมระดับน้ำตาล ทำให้ร่างกายจัดการพลังงานได้แย่ลงหากกินมื้อใหญ่ช่วงค่ำ
กินดึก = เสี่ยงอ้วนและเบาหวาน
การทดลองในห้องแล็บยังพบว่า คนที่กินมื้อเย็นช้าจะ รู้สึกหิวมากกว่า และ เผาผลาญแคลอรีน้อยกว่า เมื่อเทียบกับคนที่กินเร็ว นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในระดับเนื้อเยื่อที่กระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น
ดร.ดวนกล่าวว่า คนที่กินข้าวเย็นดึกเป็นประจำอาจมีความเสี่ยงสูงต่อโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายไม่สามารถจัดการน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วควรกินข้าวเย็นเวลาไหนดี?
แม้ว่ายังไม่มี “เวลาที่ดีที่สุด” แบบตายตัว แต่นักวิจัยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ควรกินข้าวเย็นก่อนนอนอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง ช่วงเวลาระหว่าง 17.00–19.00 น. ถือว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับการย่อยและการเผาผลาญ
ในทางกลับกัน มื้อเย็นไม่ควรเป็นมื้อใหญ่ที่สุดของวัน ควรย้ายพลังงานหลักไปที่มื้อเช้าหรือกลางวันแทน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายใช้พลังงานมากที่สุด
ถ้าจำเป็นต้องกินดึก ทำอย่างไรดี?
หากงานยุ่งจนเลื่อนมื้อเย็นไม่ได้ ไม่ต้องกังวลเกินไป แต่ควรหลีกเลี่ยงการกินมื้อใหญ่ก่อนนอน ดร.คอลลิน พ็อป (Collin Popp) จาก NYU แนะนำว่า อย่ากินจนแน่นท้องแบบมื้อวันทศกาล และพยายามเว้นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
เคล็ดลับปรับตัวให้กินเร็วขึ้น
- อย่าข้ามอาหารเช้า — เพราะจะทำให้หิวมากตอนเย็นจนต้องกินดึก
- เพิ่มโปรตีนและไฟเบอร์ในมื้อเช้าและกลางวัน เช่น ข้าวโอ๊ต ไข่ ถั่ว หรือโยเกิร์ต
- ตั้ง “เวลาปิดครัว” ชัดเจน เช่น หยุดกินหลัง 2 ทุ่ม
- เริ่มจากเลื่อนเวลาอาหารทีละน้อย เช่น ปิดครัวก่อนนอน 30 นาที แล้วค่อยเพิ่มเป็น 1–2 ชั่วโมง
สรุป
การกินข้าวเย็นให้ “เร็วขึ้น” ไม่ได้ช่วยแค่ระบบย่อยอาหาร แต่ยังส่งผลดีต่อระดับน้ำตาล การเผาผลาญไขมัน การนอนหลับ และสุขภาพหัวใจในระยะยาว หากทำได้ ควรรับประทานมื้อเย็นระหว่าง 17.00–19.00 น. และเว้นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้ระบบภายในทำงานอย่างสมดุล
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


