เมล็ดธรรมดาในถ้วยขนมหวาน ที่แท้คือ "ทองคำแห่งสุขภาพ" คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอ๋อ!

เมล็ดธรรมดาในถ้วยขนมหวาน ที่แท้คือ "ทองคำแห่งสุขภาพ" คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอ๋อ!

เมล็ดธรรมดาในถ้วยขนมหวาน ที่แท้คือ "ทองคำแห่งสุขภาพ" คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอ๋อ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

“เมล็ดธรรมดาในถ้วยขนมหวาน” ที่แท้คือ “ทองคำแห่งสุขภาพ” ช่วยบำรุงหัวใจและควบคุมน้ำตาลในเลือด

ใครจะคิดว่าเมล็ดเล็กๆ สีขาวงาในถ้วยขนมไทยอย่าง “ข้าวเหนียวเปียกลูกเดือย” หรือ “บัวลอย” นั้น แท้จริงคือ “เม็ดบัว” หรือ "เมล็ดบัว" อาหารพื้นบ้านที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำแห่งสุขภาพ” ด้วยคุณค่าทางโภชนาการมหาศาล ช่วยดูแลหัวใจ ระบบประสาท และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างดีเยี่ยม

Clara Ho

เม็ดบัว – สมุนไพรและอาหารบำรุงที่ทรงคุณค่า

คนไทยรู้จักใช้เม็ดบัวมาตั้งแต่โบราณ ทั้งเป็นอาหารและเป็นยา ด้วยรสชาติหอมมันและคุณค่าทางโภชนาการสูง ภายในเมล็ดเล็กๆ นี้อุดมด้วยไฟเบอร์ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต รวมถึงแร่ธาตุสำคัญ เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี

นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของวิตามินบีรวม วิตามินซี และสารอัลคาลอยด์ที่ช่วยให้หลับสบาย ลดความเครียด พร้อมด้วยเอนไซม์พิเศษชื่อ L-isoaspartyl methyltransferase ซึ่งช่วยซ่อมแซมโปรตีนที่เสื่อมสภาพและชะลอความชรา ทำให้เมล็ดบัวได้รับการยกย่องว่าเป็น “ยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติ”

สรรพคุณของเม็ดบัวที่โดดเด่น

1. ช่วยให้นอนหลับลึก คลายเครียด

สารอัลคาลอยด์ในเม็ดบัวมีฤทธิ์ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดอาการวิตกกังวล และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ส่วน “เกสรบัว” ก็มีคุณสมบัติคล้ายกัน ช่วยบำรุงสมองและบรรเทาอาการปวดศีรษะ

2. บำรุงหัวใจและหลอดเลือด

เม็ดบัวมีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ แต่มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และป้องกันภาวะเบาหวาน นอกจากนี้ สาร Isoquinoline alkaloid ที่ให้รสขมยังช่วยขยายหลอดเลือดและลดความดันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

งานวิจัยพบว่า แร่ธาตุในเม็ดบัว เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแมงกานีส มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาล

4. ช่วยระบบขับถ่ายและการย่อยอาหาร

ไฟเบอร์สูงในเม็ดบัวช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ป้องกันอาการท้องผูก และลดอาการท้องเสีย อีกทั้งยังช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างสมดุล

5. เสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์

เม็ดบัวอุดมด้วยแคลเซียมและโฟเลต ที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและระบบประสาทของทารก อีกทั้งยังช่วยบำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง และลดอาการแพ้ท้องในคุณแม่

6. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

เม็ดบัวมีสารพฤกษเคมีที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งเสริมสุขภาพระบบสืบพันธุ์ ทั้งในเพศชายและหญิง อีกทั้งยังช่วยลดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มความต้องการทางเพศอย่างเป็นธรรมชาติ

iStockphoto

7. ช่วยลดน้ำหนักและไขมันในร่างกาย

ด้วยปริมาณแคลอรีต่ำแต่โปรตีนสูง เม็ดบัวช่วยให้รู้สึกอิ่มนานและลดการสะสมของไขมันในร่างกาย งานวิจัยยังระบุว่า สารโพลีฟีนอลในเมล็ดบัวช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์ไขมันใหม่ และปรับสมดุลไขมันในเลือด

8. ชะลอวัยและบำรุงผิวพรรณ

วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดบัวช่วยลดการเกิดริ้วรอย ฟื้นฟูคอลลาเจน และปกป้องผิวจากมลภาวะ อีกทั้งเอนไซม์ L-isoaspartyl methyltransferase ยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ดูอ่อนเยาว์

9. ต้านการอักเสบและบรรเทาอาการปวด

สาร kaempferol ในเม็ดบัวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดปวด เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบหรือปวดกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังช่วยลดอาการระคายเคืองในช่องปากจากแผลร้อนในได้อีกด้วย

สรุป

“เม็ดบัว” อาจดูเป็นของธรรมดา แต่แท้จริงคืออาหารที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยา ทั้งช่วยบำรุงหัวใจ ควบคุมน้ำตาลในเลือด เสริมภูมิคุ้มกัน และชะลอวัยได้อย่างครบถ้วน การรับประทานเมล็ดบัวเป็นประจำไม่เพียงช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังเป็นการเติมพลังชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

  1. Đời Sống & Pháp Luật
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล