
หลายคนที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ อาจสงสัยว่า ทำไมถนนพระรามที่ 1, ถนนพระรามที่ 2 และถนนพระรามที่ 3 ถึงไม่ได้อยู่ในบริเวณเดียวกัน หรือเชื่อมต่อกัน ทั้งที่มีชื่อเรียงลำดับกัน ข้อสงสัยนี้มีคำตอบที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และหลักการตั้งชื่อถนนในอดีตของประเทศไทย
ชื่อ "พระราม" ที่ใช้กับถนนสายสำคัญเหล่านี้ เริ่มต้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พระองค์มีพระราชดำริให้นำพระนามของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ซึ่งมีพระนาม "รามาธิบดี" หรือ "พระราม" เป็นส่วนหนึ่งของพระปรมาภิไธย มาใช้เป็นชื่อถนน เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสะท้อนความสำคัญของรัชกาลต่างๆ
สาเหตุที่ถนนพระรามที่ 1, 2, และ 3 รวมถึงถนนพระรามสายอื่นๆ ไม่ได้อยู่ใกล้กัน เนื่องจากไม่ได้ตั้งชื่อตามการจัดกลุ่มพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แต่ตั้งขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยอิงจากบริบททางประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจ หรือความสำคัญของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับรัชกาลนั้นๆ
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีถนนสายหลักที่ใช้ชื่อ "พระราม" ทั้งหมด 7 สาย โดยแต่ละสายมีที่มาและความสำคัญ ดังนี้
เดิมชื่อ "ถนนปทุมวัน" ได้รับการเปลี่ยนชื่อในสมัยรัชกาลที่ 6 (ประมาณ พ.ศ. 2458) เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ถนนสายนี้เป็นเส้นทางที่พระองค์ใช้เสด็จกลับจากเขมรเพื่อปราบจลาจลที่กรุงธนบุรีในช่วงก่อตั้งราชวงศ์จักรี (ที่ตั้ง: ย่านปทุมวัน, สยาม)
เดิมชื่อ "ถนนธนบุรี-ปากท่อ" เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2513 และเปลี่ยนชื่อเป็นถนนพระรามที่ 2 ในปี พ.ศ. 2516 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) เนื่องจากถนนสายนี้มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระองค์ที่อำเภออัมพวา (ที่ตั้ง: ย่านธนบุรี มุ่งหน้าภาคใต้)
เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2522 และตั้งชื่อในปี พ.ศ. 2526 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ถนนสายนี้ตัดผ่านย่านที่เกี่ยวข้องกับการค้าทางเรือ ซึ่งรุ่งเรืองอย่างมากในรัชสมัยของพระองค์ โดยเฉพาะบริเวณยานนาวาและบางคอแหลม (ที่ตั้ง: เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา)
ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ถนนสายนี้เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 (ประมาณ พ.ศ. 2394) และเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมย่านการค้าและการพัฒนาเมือง เช่น คลองเตย และสีลม ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดรับอิทธิพลตะวันตกและการพัฒนาเมืองในสมัยของพระองค์ (ที่ตั้ง: จากหัวลำโพงถึงคลองเตย)
ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ถนนสายนี้อยู่ในจังหวัดนครปฐม เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 (ประมาณ พ.ศ. 2460) เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เกษตรกรรมและชลประทาน ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญของรัชกาลที่ 5 (ที่ตั้ง: อ.เมืองนครปฐม)
ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ถนนสายนี้ได้รับการปรับปรุงในสมัยของพระองค์ (ประมาณ พ.ศ. 2456) และเป็นเส้นทางสำคัญในย่านบางพลัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานในสมัยนั้น (ที่ตั้ง: ย่านบางพลัด, กรุงเทพฯ)
ตั้งชื่อเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ถนนสายนี้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2528 และเป็นสายเดียวที่ใช้ชื่อ "พระราม 9" โดยไม่มีคำว่า "ที่" ตามพระราชประสงค์ของพระองค์ ถนนนี้เชื่อมโยงพื้นที่พัฒนาใหม่ในกรุงเทพฯ เช่น ห้วยขวางและรามคำแหง (ที่ตั้ง: กรุงเทพฯ ตะวันออก)
ชื่อ "พระราม 7" และ "พระราม 8" ใช้สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานพระราม 7 สร้างเสร็จ พ.ศ. 2475 และสะพานพระราม 8 สร้างเสร็จ พ.ศ. 2545) ไม่ใช่ถนนสายหลักในลักษณะเดียวกับถนนพระรามสายอื่นๆ
ถนนพระราม 1, 2, 3 และสายอื่นๆ ไม่ได้อยู่ใกล้กัน เนื่องจากไม่ได้ตั้งชื่อตามการแบ่งโซนพื้นที่ แต่เป็นการตั้งชื่อในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี โดยอิงจากประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจ หรือความสำคัญของพื้นที่ในสมัยนั้น การตั้งชื่อถนนเหล่านี้จึงสะท้อนถึงมรดกและความสำคัญของแต่ละรัชกาลในประวัติศาสตร์ไทย