6 อาหารเสริมกระดูกแข็งแรง ไม่มี "นม" อยู่ในลิสต์ คนมักมองข้ามไม่รู้ว่าแคลเซียมสูง

6 อาหารเสริมกระดูกแข็งแรง ไม่มี "นม" อยู่ในลิสต์ คนมักมองข้ามไม่รู้ว่าแคลเซียมสูง

6 อาหารเสริมกระดูกแข็งแรง ไม่มี "นม" อยู่ในลิสต์ คนมักมองข้ามไม่รู้ว่าแคลเซียมสูง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ 6 อาหารเสริมสร้างกระดูกที่หลายคนคาดไม่ถึง เปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ แคลเซียมสูงไม่ได้มีแค่นม

เกือบ 99% ของกระดูกในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยแคลเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ แคลเซียมมีหน้าที่เสริมสร้างความแข็งแรงและโครงสร้างของกระดูก อีกทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ตามปกติ เอนไซม์ในระบบย่อยอาหารทำงาน และระบบประสาททำงานได้อย่างเหมาะสม

ตามคำแนะนำของ NHS (ระบบสาธารณสุขอังกฤษ) ผู้ใหญ่ควรได้รับแคลเซียมประมาณ 700 มิลลิกรัมต่อวัน หากร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ แคลเซียมจะถูกดึงออกจากกระดูก ส่งผลให้กระดูกเปราะและอ่อนแอลง

อาหารที่ช่วย “เติมพลังให้กระดูก” จึงเป็นสิ่งสำคัญ และไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์จากนมเท่านั้น เพราะนอกจากแคลเซียมแล้ว กระดูกยังต้องการวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ เพื่อคงความแข็งแรง โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นม 

ต่อไปนี้คือ 5 อาหารที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น

1. บรอกโคลี

แม้นมจะเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี แต่ก็ไม่ใช่วิธีเดียวในการเสริมแคลเซียมให้ร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทาน ผักใบเขียวเข้ม ซึ่งอุดมด้วยแคลเซียมเช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่แพ้นมหรือไม่สามารถย่อยแลคโตสได้

อย่างไรก็ตาม ควรระวังผักบางชนิด เช่น ผักโขม บีตรูต หรือชาร์ด เนื่องจากมีกรดออกซาลิกสูง ซึ่งอาจไปจับกับแคลเซียมและขัดขวางการดูดซึม

นักโภชนาการชาวลอนดอน ทาเลีย เพลเลกรินี (Thalia Pellegrini) แนะนำว่า “บรอกโคลี เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีมาก โดยบรอกโคลีต้ม 1 ถ้วยมีแคลเซียมประมาณ 45 มิลลิกรัม และยังมีวิตามินสำคัญต่อกระดูก เช่น เบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ), วิตามินซี และวิตามินเค1”

2. ลูกพรุน

ลูกพรุนจัดเป็นผลไม้แห้งที่อุดมด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ทั้ง แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก รวมถึงมีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่ายและสุขภาพลำไส้

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตตพบว่า การรับประทานลูกพรุนวันละ 5–6 ลูก ช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูกในสตรีวัยหมดประจำเดือน และลดความเสี่ยงกระดูกหัก

ลูกพรุนแห้งยังมีแคลเซียมสูงเพราะผ่านกระบวนการทำให้แห้งที่ช่วย “เข้มข้นสารอาหาร” แต่ควรระวังปริมาณน้ำตาลธรรมชาติ และควรบ้วนปากหลังรับประทานเพื่อลดการเกิดคราบฟัน

3. ปลากระป๋อง

ปลาที่มีกระดูกอ่อนกินได้ เช่น ปลาซาร์ดีนและปลาทูในกระป๋อง เป็นอีกหนึ่งแหล่งแคลเซียมชั้นยอด เพราะเรากินรวมทั้งเนื้อและกระดูกไปด้วย

เพลเลกรินีกล่าวว่า “ปลาซาร์ดีนให้แคลเซียมมากกว่าปลากระป๋องชนิดอื่นถึงหนึ่งในสาม และยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยบำรุงข้อต่อและกระดูก รวมถึงวิตามินดีซึ่งช่วยในการดูดซึมแคลเซียม”

ปลาซาร์ดีนขนาด 50 กรัมให้แคลเซียมราว 340 มิลลิกรัม (เกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) ส่วนปลาทูน่าหรือปลาแซลมอนกระป๋องขนาดเดียวกันให้ประมาณ 180 มิลลิกรัม

4. อาหารหมักดอง

อาหารหมัก (Fermented foods) เช่น กิมจิ เทมเป (ถั่วเหลืองหมัก) โยเกิร์ต และซาวเคราท์ (กะหล่ำปลีดอง) แม้ไม่ได้มีแคลเซียมสูงโดยตรง แต่เป็นแหล่งของ วิตามินเค (Vitamin K) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและรักษาความหนาแน่นของกระดูก ในส่วนของอาหารหมักที่ทำมาจากผักเช่น กิมจิ ก็จะได้รับแคลเซียมจากผักกาด หรือ เทมเป ที่ทำมาจากถั่วเหลือง ก็อุดมไปด้วยแคลเซียมเช่นกัน

นักโภชนาการ รุจิ ภูวาเนีย โลเฮีย (Ruchi Bhuwania Lohia) กล่าวว่า “อาหารหมักช่วยเสริมสุขภาพกระดูก เพราะวิตามินเคจะกระตุ้นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก และยังดีต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นแหล่งดูดซึมสารอาหารที่กระดูกต้องการ”

5. ถั่วต่าง ๆ

ถั่ว (Beans) ไม่เพียงให้โปรตีนและไฟเบอร์ แต่ยังเป็นแหล่งสำคัญของ แคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งช่วยให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแคลเซียมและวิตามินดีได้ดีขึ้น

แมกนีเซียมกว่า 60% ในร่างกายอยู่ในกระดูก และการขาดแมกนีเซียมอาจทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน

ถั่วขาวให้แคลเซียมราว 190 มิลลิกรัมต่อถ้วย ส่วนถั่วดำให้แมกนีเซียมสูงถึง 120 มิลลิกรัมต่อถ้วย ซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

6. น้ำซุปกระดูก (Bone Broth)

แม้จะมีแคลเซียมน้อยกว่าปลากระป๋อง แต่น้ำซุปกระดูกอุดมด้วย คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยเสริมโครงสร้างและความหนาแน่นของกระดูก

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง (ลดลงเฉลี่ยปีละ 1.5%) การดื่มน้ำซุปกระดูกจึงช่วย補คอลลาเจนและเสริมสุขภาพกระดูกได้ดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน

โลเฮียกล่าวว่า “น้ำซุปกระดูกเหมาะมากในช่วงอากาศหนาว คุณสามารถทำเองที่บ้าน หรือหาซื้อได้จากร้านสุขภาพหลายแห่ง ซึ่งบางชนิดมีเนื้อไก่และผักผสมอยู่ด้วย เหมาะเป็นอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพในฤดูหนาว”

สรุป

กระดูกแข็งแรงไม่จำเป็นต้องพึ่งแต่นม การรับประทานอาหารที่หลากหลาย เช่น ผักใบเขียว ลูกพรุน ปลากระป๋อง ถั่ว อาหารหมัก และน้ำซุปกระดูก ก็ช่วยเสริมแคลเซียม คอลลาเจน และแร่ธาตุสำคัญให้ร่างกายได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

10 ผักสมุนไพรบ้านๆ แคลเซียมสูงไม่แพ้นม เสริมกระดูกและฟันให้แข็งแรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล