"แจ๊ส ชวนชื่น" พรั่งพรูความในใจ เปิดใจประเด็นร้อน ดราม่าลูกชาย "เจแปน"

"แจ๊ส ชวนชื่น" พรั่งพรูความในใจ เปิดใจประเด็นร้อน ดราม่าลูกชาย "เจแปน"

"แจ๊ส ชวนชื่น" พรั่งพรูความในใจ เปิดใจประเด็นร้อน ดราม่าลูกชาย "เจแปน"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เพิ่งจะออกมาเปิดใจเรื่องครอบครัว สำหรับตลกชื่อดัง แจ๊ส ชวนชื่น ที่ควงแขนภรรยา แจง ปุณณาสา ออกมาพูดถึงประเด็นร้อน เมื่อลูกชาย เจแปน หรือ J-Sad เปิดวอร์ท้าทายแรปเปอร์ผ่านโซเชียล รวมทั้งยังถูกชาวเน็ตวิจารณ์ปมแต่งเพลงโตจากสลัม งานนี้แจ๊สออกปากเหนื่อยมาก แต่ทำดีที่สุดแล้ว และลูกชายก็โตแล้ว ขอให้แก้ปัญหาเอง พร้อมพรั่งพรูความใจของคนเป็นพ่อและหัวหน้าครอบครัว 

โดยทางด้าน เพจ oneบันเทิง ได้สรุปเรื่องราวเอาไว้ว่า 

- แจ๊ส เผยว่า จริง ๆ เป็นช่วงวัยของเขา มีอะไรที่ต้องสอนกัน แล้วเขาก็มีคำพูดอะไรของเขากลับมาในวัยของเขา เราก็พยายามจะบอก แต่มันคือตัวของเขา ผิดชอบชั่วดีเขาจะรู้เอง ไม่ได้ใช้คำว่าเขาผิดหรือเขาถูก แต่สุดท้ายแล้วเกิดมาเป็นมนุษย์ กว่าจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือเขาจะเป็นผู้ใหญ่แล้วแหละ แต่สมองและสติแต่ละคนไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งเราเป็นพ่อเป็นแม่ สอนก็อาจจะไม่ได้ตรงจริตเขา ใครสอนได้เราก็สอน ใครฟังก็ฟังไม่ฟังก็ตามใจ ไม่ได้ผลักภาระว่าจะมากระทบผม ขอให้รู้ตรงนี้ว่าเขาก็โตแล้ว ผิดชอบชั่วดีให้มันเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ตัวผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

- ผมจะเป็นคนเงียบเรื่องครอบครัวและลูก ถึงเขาจะไปทำเรื่องเสียหายอะไรเขาต้องรู้เอง ผมอาจไม่ได้เป็นพ่อแบบที่ผ่านมาสตอรีชีวิตเรามีอะไรที่ผ่านมา จนวันนี้ดูแลทุกคนทั้งหมด ก็พูดกับแจงตลอด จะดูเป็นคนไม่ดี ก็ได้นะ ทุกวันนี้ผมแค่จะหาเงินจุนเจือพวกคุณให้เต็มที่ที่สุด จะรับผิดชอบงานผมให้ดีที่สุด แต่ผมไม่มีเวลามาดูแลหัวจิตหัวใจใครมากขนาดนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าคนบางคนไม่รู้ว่าคนทีมันทำงานคนเดียวมันเคว้งคว้างหลงทิศหลงทาง ต้องเอาเงินมาคาบทุกอย่างมาให้คนในบ้าน แต่หนึ่งครอบครัวมีอะไรเยอะแยะมากมาย

- ผมก็บอกแจงว่าตอนนี้ผมก็จะทำแค่หน้าที่ ใครน้อยใจอะไร ผมจะเงียบแล้ว จะอธิบายบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ผมขอเรื่องนี้ผมจะไม่ยุ่งกับใครในครอบครัว มีแค่เงินให้ ความอบอุ่น ถ้าอยากมา มาหาที่บ้าน แจงเขาก็อยู่หลังบ้าน เขาก็เหนื่อยมากพอแล้วจะไปเอาใจใครทุกคน

-อย่ามองผมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ ผมรับผิดชอบครอบครัว ตั้งแต่ผมเดินด้วยขาตัวเองได้ ผมอาจไม่มีความอบอุ่นให้ แต่สิ่งที่มีให้คือผมทำงานและดูแลทุกคน มันมีความน้อยใจกันหมด ทุกคนโหยหาตัวเราหมด อยากได้จากเราหมด แต่ถ้าใครทอนให้มาก็ขอบคุณ ใครไม่ทอนก็ไม่เป็นไร ยังไงคุณก็อยู่ในครอบครัวของผมอยู่ดี ผมไม่ไหวผมก็ปล่อยใครไหวก็อยู่แค่นั้นเอง จะพูดว่าเห็นแก่ตัวก็ได้นะ แต่ตอนนี้ผมเอาตัวเองก่อน

- เราก็บอกกับลูก แต่เขาคงไม่อยากให้เรายุ่ง ไม่ได้มาพูดดิสเครดิตเขานะ เพราะว่าโตแล้ว เขามีเมีย เขาเริ่มจะมีลูกแล้ว ผมกับเขาทะเลาะกันบ่อย เพราะว่าเราอยากให้เขาเป็นในสิ่งที่เราวาง อันนี้ไม่ได้ว่าเขานะ เขาไม่ได้ผิด ผมอาจผิดก็ได้ที่ผมวาดเขาไว้ แต่ถ้าเขาเลือกทางเดินของเขาแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เขาเดิน ผมเคยสนับสนุนที่เราอยากสนับสนุน แต่ถ้ามันผิดในสายตาเขาว่า ทำไมไม่สนับสนุนเขาเลย เราอาจคิดว่ามันยังไม่เหมาะสม แต่เราอาจผิดในสายตาเขาก็แล้วแต่

- สังคมมองเราผิด ไม่รู้ แต่คำว่าลูกของผมไม่ได้แขวนไว้ในหัวผมตลอดว่ายังไงก็ลูก ต่อให้เป็นลูก วันหนึ่งถ้าไม่ชอบแล้วแล้วมาขอโทษก็แค่นั้น ก็จบ มันมีแค่สถานะแต่ว่าสุดท้ายก็ต้องใช้ชีวิตของเขา คนบางคนคิดว่าการที่ลูกที่ออกมาจากท้องเรา เราเป็นพ่อเขา สำหรับผมแค่เราเกิดมาร่วมกัน แล้วใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่ได้มีอะไรผูกพันกัน ใครจะว่าผมว่าผมคิดอย่างนี้ก็แล้วแต่ ถ้าเขาอยากอยู่กับเราก็อยู่ ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไม่อยู่ ไม่ต้องมาตามง้อกันมากมายความรู้สึกของผมนะ

- ผมมีอะไรในใจเยอะกว่าที่คุณคิด ผมไม่ได้ดีที่สุดหรอก ครอบครัวผมก็มีปัญหาเหมือนครอบครัวอื่น ก็ค่อย ๆ แก้กันไป เขาโตแล้ว ผิดชอบชั่วดีก็อยู่ที่เขาแล้ว เขาไม่อยากให้เรายุ่งก็ไม่เป็นไร ใครชื่นชอบเขาก็ฝากสนับสนุน อันไหนไม่ดีก็ติเตียน ในโซเชียลผมก็ยังโดนด่า เมียผมก็ยังโดนด่า เขาก็ต้องโดนด่า ทุกคนต้องโดนด่า ก็ไปต่อให้ได้ ถ้าผมผิดในสายตาเขาผมก็ขอโทษ แต่ผมหวัง ให้เขามีชีวิตที่เจริญเติบโต สิ่งที่พ่อแม่อยากเห็นคืออยู่บนโลกใบนี้ให้ได้ อยู่กับคนอื่นนอกบ้านให้ได้ จะพูดเสมอว่าไปเก่งข้างนอก อย่ามาเก่งกับคนในบ้าน จะบอกลูกทุกคนตลอด เพราะมันมีความละเอียดอ่อน ผมก็ฝากเขาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกท่านด้วย สิ่งไหนที่ไม่ดีก็ทักติติงกันไป

- ตอนนี้ผมปล่อยแล้ว ผมอยากให้ทุกคนเจอในสิ่งที่เขาต้องเจอ ผมบอกตรง ๆ ทุกวันนี้ผมก็เหนื่อยที่จะมาปกป้องความรู้สึกใครในครอบครัว ก็โตกันแล้ว ก็รู้ว่าจะดับเย็นในจิตใจได้อย่างไร ก็ใช้ชีวิตไป อุ้มครอบครัวกันไป เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ตกลงไปก็ปีนขึ้นมานั่งเรือกันใหม่ แต่ตอนนี้เราเป็นหัวเรือแต่อย่างที่บอก ผมกลัวว่าวันข้างหน้าผมจะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ ผมเอาความสุขตัวเองก่อนแล้วกัน แต่ครอบครัวกินอื่มนอนหลับ จบ แต่ผมตอนนี้เห็นแก่ตัว ก็เหนื่อยมามาก เอาความสุขตัวเองดีกว่า การเป็นคนๆ หนึ่งมันเหนื่อยมาก ๆ

- ตอนนี้ผมเป็นตัวเองมากขึ้น และจะไม่มีคำว่าทำไม ทำไมแม่เป็นอย่างนี้ ทำไมลูกเป็นอย่างนี้ ทำไมเมียเป็นอย่างนี้ มีแต่คำว่า ช่างแม่ง ปล่อยเลย ทุกคนก็ต้องแก้ปัญหาเอง เหมือนเจแปนนั่นแหละ ก็ตามนั้น ถ้าคุณคิดว่าผมไม่ดี แต่ผมทำดีที่สุดแล้ว ดีสำหรับคุณหรือเปล่าผมไม่ดี แต่สำหรับผมดีเท่าที่ผมจะดีได้ แค่นั้นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล