สาววัย 28 หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งนิสัย "ดื่มน้ำ" ไม่แปลกใจที่เกือบตาย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1969/9849334/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpgสาววัย 28 หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งนิสัย "ดื่มน้ำ" ไม่แปลกใจที่เกือบตาย

สาววัย 28 หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งนิสัย "ดื่มน้ำ" ไม่แปลกใจที่เกือบตาย

แชร์เรื่องนี้

สาววัย 28 เลือดเป็นกรด หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งพฤติกรรม "ดื่มน้ำ" ทำร้ายตัวเองทุกวัน จบที่ไอซียู

เกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อสาวออฟฟิศวัย 28 ปี ที่ประเทศจีน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แพทย์ระบุว่าอาการรุนแรงมีความเชื่อมโยงกับการดื่มเครื่องดื่มยอดนิยม 2 ประเภท

อาการวิกฤติของผู้ป่วย

ผู้ป่วยเป็นพนักงานออฟฟิศชื่อ "เหมียวเหมียว" มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และหายใจลำบาก ในขณะทำงานเกิดอาการหมดสติ เพื่อนร่วมงานจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

ผลตรวจเลือดพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 33 mmol/L สูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ซึ่งผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวานชนิดที่ 2 (Diabetic Ketoacidosis: DKA) หลังการรักษาฉุกเฉิน ผู้ป่วยปลอดภัยและอยู่ภายใต้การดูแลในห้อง ICU

สาเหตุจากเครื่องดื่ม

แพทย์ระบุว่าผู้ป่วยมักดื่มชานมและน้ำอัดลมวันละ 4–5 ขวดแทนน้ำเปล่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะแทรกซ้อนคีโตนซีส

การบริโภคน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ น้ำหนักเกิน และความดื้ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2

สัญญาณเตือนภาวะแทรกซ้อน

เมื่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดภาวะแทรกซ้อนเลือดเป็นกรด ผู้ป่วยอาจมีอาการดังนี้:

  • กระหายน้ำผิดปกติ
  • หงุดหงิด สับสน
  • หายใจเร็วลึก
  • ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้
  • ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน
  • หมดสติหรือสับสนรุนแรง

คำแนะนำในการป้องกัน

แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยหรือประชาชนทั่วไปรับประทานอาหารที่สมดุล ลดการบริโภคน้ำตาลและเครื่องดื่มหวาน พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติของร่างกาย และไปพบแพทย์ทันที เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

 

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :soha.vn