สาววัย 28 หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งนิสัย "ดื่มน้ำ" ไม่แปลกใจที่เกือบตาย

สาววัย 28 หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งนิสัย "ดื่มน้ำ" ไม่แปลกใจที่เกือบตาย

สาววัย 28 หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งนิสัย "ดื่มน้ำ" ไม่แปลกใจที่เกือบตาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาววัย 28 เลือดเป็นกรด หมดสติคาออฟฟิศ หมออึ้งพฤติกรรม "ดื่มน้ำ" ทำร้ายตัวเองทุกวัน จบที่ไอซียู

เกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อสาวออฟฟิศวัย 28 ปี ที่ประเทศจีน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังจากมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แพทย์ระบุว่าอาการรุนแรงมีความเชื่อมโยงกับการดื่มเครื่องดื่มยอดนิยม 2 ประเภท

อาการวิกฤติของผู้ป่วย

ผู้ป่วยเป็นพนักงานออฟฟิศชื่อ "เหมียวเหมียว" มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และหายใจลำบาก ในขณะทำงานเกิดอาการหมดสติ เพื่อนร่วมงานจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

ผลตรวจเลือดพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 33 mmol/L สูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ซึ่งผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวานชนิดที่ 2 (Diabetic Ketoacidosis: DKA) หลังการรักษาฉุกเฉิน ผู้ป่วยปลอดภัยและอยู่ภายใต้การดูแลในห้อง ICU

สาเหตุจากเครื่องดื่ม

แพทย์ระบุว่าผู้ป่วยมักดื่มชานมและน้ำอัดลมวันละ 4–5 ขวดแทนน้ำเปล่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะแทรกซ้อนคีโตนซีส

การบริโภคน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ น้ำหนักเกิน และความดื้ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2

สัญญาณเตือนภาวะแทรกซ้อน

เมื่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดภาวะแทรกซ้อนเลือดเป็นกรด ผู้ป่วยอาจมีอาการดังนี้:

  • กระหายน้ำผิดปกติ
  • หงุดหงิด สับสน
  • หายใจเร็วลึก
  • ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้
  • ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน
  • หมดสติหรือสับสนรุนแรง

คำแนะนำในการป้องกัน

แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยหรือประชาชนทั่วไปรับประทานอาหารที่สมดุล ลดการบริโภคน้ำตาลและเครื่องดื่มหวาน พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ควรสังเกตสัญญาณผิดปกติของร่างกาย และไปพบแพทย์ทันที เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล