.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศ ซัตดาวน์ (Government Shutdown) อย่างเป็นทางการตั้งแต่เช้าวันที่ 1 ตุลาคม สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอเมริกา แต่ครั้งนี้มีผลสะเทือนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะลุกลามไปถึงระดับโลก แม้คุณจะไม่ได้อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ก็ตาม
สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในการออกกฎหมายงบประมาณ ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ โดยเฉพาะในประเด็นการปรับลดขนาดหน่วยงานรัฐบาลกลาง งบด้านสาธารณสุข และงบสำหรับหน่วยงานสำคัญอย่างศูนย์ควบคุมโรค (CDC) และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH)
BRENDAN SMIALOWSKI / AFP
เมื่อไม่มีการผ่านร่างงบประมาณภายในเส้นตาย 00:01 น. ของวันนี้ หน่วยงานรัฐบาลกลางจำนวนมากจึงต้องหยุดการทำงานชั่วคราว ขณะที่บริการสำคัญ เช่น ควบคุมการบิน การแพทย์ฉุกเฉิน และการบังคับใช้กฎหมายยังคงดำเนินต่อไป แต่เจ้าหน้าที่จำนวนมากอาจต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือถูกพักงานชั่วคราว
KEVIN DIETSCH / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFPแม้จะไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ แต่ รัฐบาลสหรัฐฯ ซัตดาวน์ ก็อาจกระทบต่อการท่องเที่ยวและการเดินทางของคุณ หากมีแผนจะไปอเมริกาในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวอาจพบปัญหาตั้งแต่สนามบินที่ล่าช้าเพราะขาดเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย ไปจนถึงอุทยานแห่งชาติชื่อดัง เช่น แกรนด์แคนยอน และเยลโลว์สโตน ที่อาจปิดให้บริการ
สมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐฯ เคยประเมินว่า การซัตดาวน์ของรัฐบาลอาจสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวถึง 140 ล้านดอลลาร์ต่อวัน (ราว 104 ล้านปอนด์) ดังนั้นหากคุณกำลังคิดจะเดินทางไปอเมริกา อาจต้องพิจารณาเลื่อนออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
การ ซัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้กระทบเฉพาะคนอเมริกัน แต่ยังอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก การเดินทาง และการท่องเที่ยว หากวุฒิสภายังหาข้อยุติไม่ได้ ก็มีโอกาสที่ภาวะชะงักงันนี้จะยืดเยื้อ และสร้างผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น