"อดีตเถ้าแก่" ไปเลี้ยงรุ่น เพื่อนเย้ยตกอับเป็น รปภ. แต่จบงานเจอ "ลูกชาย" ทุกคนหน้าชา!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1969/9847802/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpg"อดีตเถ้าแก่" ไปเลี้ยงรุ่น เพื่อนเย้ยตกอับเป็น รปภ. แต่จบงานเจอ "ลูกชาย" ทุกคนหน้าชา!

"อดีตเถ้าแก่" ไปเลี้ยงรุ่น เพื่อนเย้ยตกอับเป็น รปภ. แต่จบงานเจอ "ลูกชาย" ทุกคนหน้าชา!

แชร์เรื่องนี้

ชายวัย 65 ถูกเพื่อนเก่าหัวเราะเยาะเย้ย หลังเปลี่ยนจากเจ้าของธุรกิจ มาทำงานยาม

เรื่องราวของชายวัย 65 ปี ที่เคยเป็นเจ้าของกิจการ ก่อนเปลี่ยนมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และถูกเพื่อนเก่าเย้ยเยาะในงานเลี้ยงรุ่น ได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์ม Toutiao ของจีน

อดีตผู้บริหาร สู่ รปภ. ถูกเพื่อนเก่าเย้ยในงานเลี้ยงรุ่น

ชายคนนี้ชื่อ “คุณหวัง” เคยดำรงตำแหน่งเจ้าของกิจการส่วนตัว ในงานเลี้ยงรุ่นครั้งล่าสุด เมื่อเขาเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ได้รับการทักทายจากเพื่อนร่วมชั้นที่มีฐานะและแต่งตัวอย่างหรูหรา แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน หลังจากดื่มไวน์ไปสองสามแก้ว เพื่อนคนดังกล่าวก็ถามเขาว่า “คุณเกษียณแล้วหรือยัง เงินบำนาญของคุณพอใช้ไหม” 

เขาเลือกที่จะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมทำงานเป็น รปภ.ใกล้บ้าน เงินเดือนประมาณ 2,000 หยวนต่อเดือน ก็พอใช้” หลังจากนั้นท่าทีของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนเป็นเยาะเย้ย เมื่อได้ยินว่าเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมีรายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นคือ 2,000 หยวน หรือราว 7,000-8,000 บาท

เพื่อนคนดังกล่าวหัวเราะพร้อมกล่าวประชดประชันว่า พนักงานฝึกงานที่บริษัทของเขายังได้รับเงินเดือนมากกว่า  “โอ้ พระเจ้า! ตอนนั้นคุณเรียนเก่งมากเลยนะ แล้วคุณมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง ในบริษัทผม นักศึกษาฝึกงานได้เงินเดือนมากกว่าคุณหนึ่งเท่าครึ่ง”  

คำพูดนั้นเหมือนประกายไฟ คนอื่นๆ อีกสองสามคนก็แทรกขึ้นมา บางคนก็สงสาร บางคนก็หัวเราะเยาะเย้ย บางคนถึงกับพูดประชดประชันว่า “ทำไมคุณไม่มาบริษัทผมล่ะ ก็จะได้เป็นรปภ.เหมือนกัน แต่ด้วยความเคารพเพื่อนเก่า ผมจะให้เงินเดือนคุณมากกว่า” ซึ่งทำให้บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการดูถูกอย่างไม่เหมาะสม

คุณหวังเลือกที่จะหัวเราะเงียบๆ พลางหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอายจนไม่อยากเถียง แต่ท่าทีของพวกเขาทำให้ตระหนักทันทีว่ามิตรภาพที่ผ่านมานานหลายปีของเรานั้นเปราะบางเพียงใด

อย่างไรก็ตาม หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง  “ลูกชายของคุณหวัง” ได้เดินออกมาจากรถยนต์หรูเพื่อรับบิดากลับบ้าน เขายังได้เข้ามาแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ของพ่ออย่างมีมารยาท เปิดเผยว่าตนเป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจครอบครัวแทน โดยพ่อส่งมอบมาให้ดูแล เพื่อเกษียณตัวเองจากตำแหน่งผู้บริหาร 

"สวัสดีครับทุกคน ผมลูกชายคนโตของพ่อหวัง ตอนนี้ผมรับช่วงต่อธุรกิจของพ่อ และดูแลบริษัทของครอบครัวหลังจากที่พ่อเกษียณ ผมได้ยินมาจากพ่อว่าพวกคุณมีประสบการณ์ด้านธุรกิจมาหลายปี ผมหวังว่าจะได้เรียนรู้จากพวกคุณจริงๆ"

ยิ่งลูกชายพูดมากเท่าไหร่ คนรอบข้างก็ยิ่งประหลาดใจและสับสนมากขึ้นเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความอึดอัด คุณหวังจึงรีบชวนลูกกลับไปที่รถ และระหว่างทางยังได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วย ฝ่ายลูกชายขมวดคิ้วเล็กน้อยและกล่าวว่า "ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาดูแปลกๆ แบบนี้ ทำไมพ่อไม่บอกพวกเขาให้ชัดเจน ว่าทำเพื่อคลายเครียด เขาจะได้ไม่ดูถูกพ่อ"

คุณหวังมองลูกชายแล้วพูดช้าๆ ว่า “พ่อว่าไม่จำเป็นหรอก คนอื่นหัวเราะเยาะเพราะคิดว่าตัวเองดีกว่า และพวกเขาก็มีความสุขที่ได้ดูถูกคนอื่น แต่คุณค่าของเราไม่ได้อยู่ที่เงินทอง หรือต้องพิสูจน์ด้วยของฟุ่มเฟือย จำไว้นะ คนเก่งจริงไม่จำเป็นต้องอวดดีเพื่อให้คนเห็นคุณค่า”

การมางานเลี้ยงรุ่นในวันนี้ ทำให้คุณหวังเข้าใจอีกอย่างหนึ่งทันที เพื่อนแท้จะไม่มีวันเปลี่ยนวิธีปฏิบัติต่อคุณเพียงเพราะสถานการณ์ของคุณ และคนที่พร้อมจะดูถูกคุณเมื่อคุณมีปัญหา ก็ไม่คุ้มค่าที่จะอธิบายหรือพิสูจน์อะไรทั้งนั้น

ข้อคิดที่น่าสนใจ

  1. อย่าตัดสินคนจากสิ่งที่เห็นเพียงผิวเผิน
  2. ปล่อยให้ความจริงเป็นตัวพิสูจน์คุณค่า
  3. เพื่อนแท้จะไม่เปลี่ยนท่าทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
  4. ภูมิใจในเส้นทางของตัวเอง แม้อาจไม่หวือหวาแต่มั่นคง

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :soha