ลองก้มดู "สะดือ" หากมี 3 ลักษณะนี้ แพทย์แผนจีนบอกว่าจะมีอายุยืนและแข็งแรง

ลองก้มดู "สะดือ" หากมี 3 ลักษณะนี้ แพทย์แผนจีนบอกว่าจะมีอายุยืนและแข็งแรง

ลองก้มดู "สะดือ" หากมี 3 ลักษณะนี้ แพทย์แผนจีนบอกว่าจะมีอายุยืนและแข็งแรง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ความเชื่อว่า "สะดือ" เกี่ยวข้องกับวัฏจักรชีวิต มีรากฐานจากแพทย์แผนจีน ซึ่งมองว่าสะดือเป็นจุดสำคัญบนเส้นลมปราณ เป็นศูนย์กลางของเส้นพลังงานในร่างกาย ควบคุมการไหลเวียนเลือดและพลังชีวิต (ชี่) เชื่อกันว่า “สะดือคือรากเหง้าของอวัยวะภายในทั้งห้าและหก เป็นต้นกำเนิดของพลังชีวิต”

คำว่า “อวัยวะภายในทั้งห้าและหก” (五臟六腑 – อู่จั้ง ลิ่วฝู่) มาจากศาสตร์การแพทย์แผนจีน หมายถึงระบบอวัยวะภายในของร่างกายที่ทำงานสัมพันธ์กัน แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

ห้าอวัยวะ (五臟 – อู่จั้ง) เน้นการเก็บสะสมพลังชีวิต :

  1. หัวใจ (心) – ควบคุมเลือดและจิตใจ

  2. ตับ (肝) – เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนพลังและการเก็บเลือด

  3. ม้าม (脾) – เกี่ยวกับการย่อยและการลำเลียงสารอาหาร

  4. ปอด (肺) – ควบคุมลมหายใจ การแลกเปลี่ยนอากาศ

  5. ไต (腎) – เกี่ยวข้องกับพลังชีวิตดั้งเดิม น้ำ และการสืบพันธุ์

หกอวัยวะ (六腑 – ลิ่วฝู่) เน้นการย่อย สลาย และขับถ่าย :

  1. ถุงน้ำดี (膽)

  2. กระเพาะอาหาร (胃)

  3. ลำไส้เล็ก (小腸)

  4. ลำไส้ใหญ่ (大腸)

  5. กระเพาะปัสสาวะ (膀胱)

  6. ซานเจียว (三焦 – ช่องพลังงานสามส่วนของร่างกาย, ไม่ใช่อวัยวะที่จับต้องได้)

มุมมองแพทย์แผนจีน: สะดือเชื่อมโยงกับอวัยวะภายใน ช่วยบำรุงพลังชีวิต เสริมม้ามและไต ปรับสมดุลกระเพาะลำไส้ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และแก้การติดขัดภายใน

มุมมองการแพทย์สมัยใหม่: บริเวณสะดือมีเส้นประสาทจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับอวัยวะภายใน ทำให้บางคนมองว่าสามารถสะท้อนสุขภาพได้ รูปทรงและสีผิวรอบสะดือก็อาจบ่งชี้ภาวะสุขภาพ เช่น สีผิวซีดอาจบ่งบอกภาวะโลหิตจาง หรือโภชนาการไม่ดี

3 ลักษณะสะดือที่เชื่อว่าเป็นสัญญาณอายุยืน

คำกล่าวในหนังสือ 诊病奇侅 ระบุว่า “สะดือที่ใหญ่พอที่จะใส่ลูกพลับได้ เป็นลักษณะของผู้มีอายุยืน” ซึ่งหมายความว่าสะดือที่ใหญ่ กลม และลึก แสดงถึงศักยภาพในการมีอายุยืน ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน สะดือที่ดีควรมี 3 ลักษณะคือ :

  • ใหญ่ : แสดงว่าพลังไตสมบูรณ์

  • กลม : แสดงว่าพลังม้ามและกระเพาะสมบูรณ์

  • ลึก : แสดงว่าพลังหัวใจสมบูรณ์

โดยปกติ เส้นผ่านศูนย์กลางของสะดือคนจีนจะอยู่ระหว่าง 0.8–2 ซม.

สะดือในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

ในทางวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีหลักฐานว่าสะดือรูปแบบใดส่งผลอย่างไรต่ออายุขัย หลังจากที่สายสะดือหายและหลุดไปแล้ว สะดือจะไม่ทำหน้าที่อะไรเป็นพิเศษในชีวิตประจำวัน แต่มีความสำคัญในด้านความสวยงามและความมั่นใจในรูปร่าง หนึ่งในการศึกษาพบว่าความรู้สึกที่เรามีต่อสะดือสามารถส่งผลต่อความมั่นใจในรูปลักษณ์ของเราได้

อย่างไรก็ตาม ควรรักษาความสะอาดและให้แห้งอยู่เสมอ เพราะเป็นจุดที่เชื้อโรคเจริญได้ง่าย สะดือจึงถือเป็นหนึ่งในบริเวณที่สกปรกที่สุดและพบเชื้อโรคได้เป็นอันดับต้น ๆ ในร่างกาย 

หาก "สะดือเหม็น" หรืออาการมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจากสะดือ อาจมีของเหลว สีขาว เหลือง น้ำตาล หรือมีเลือดปน บางครั้งอาจมีก้อนสิ่งสกปรก และเกิดอาการบวม แดง หรือเจ็บบริเวณรอบสะดือด้วย

สาเหตุของสะดือเหม็น

  1. การติดเชื้อแบคทีเรีย : สะดือเป็นบริเวณอับชื้นและอุ่น เชื้อแบคทีเรียจึงเจริญเติบโตง่าย ปัจจัยเสี่ยง เช่น ไม่รักษาความสะอาด สะสมเหงื่อ สบู่ หรือเศษสิ่งสกปรก

  2. การติดเชื้อรา : ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Candida ซึ่งชอบความร้อนและความชื้น ทำให้สะดือบวม แดง คัน มีกลิ่นเหม็น หรือมีสิ่งสกปรกออกมา

  3. โรคเบาหวาน : ระดับน้ำตาลในเลือดสูงส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา ทำให้สะดือเหม็นง่าย

  4. การผ่าตัด : ผู้ป่วยอาจติดเชื้อหลังผ่าตัดบริเวณสะดือหรือเจาะรูสะดือ เช่น การทำหมัน

  5. ภาวะปัสสาวะรั่วออกทางสะดือ (Patent Urachus) : ท่อสะดือที่เปิดอยู่ตั้งแต่เกิด ทำให้น้ำปัสสาวะไหลออก ส่งกลิ่นเหม็น และเสี่ยงติดเชื้อ

  6. ซีสต์ในสายสะดือ (Urachal Cyst) : ถุงน้ำในท่อสะดือที่ไม่ได้ปิดสนิท ทำให้เกิดของเหลวสะสมและติดเชื้อ

  7. ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous Cyst) : เกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังบริเวณสะดือ อาจเกิดการติดเชื้อและมีสิ่งสกปรกสะสม

ความเปลี่ยนแปลงของสะดืออาจบอกสัญญาณเกี่ยวกับโรคในช่องท้อง เช่น

  • การตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะไตรมาสที่ 2-3)

  • แผลเป็นจากการเจาะ

  • ไส้เลื่อน (Umbilical hernia)

  • ภาวะน้ำในช่องท้อง (Ascites)

  • ความดันเลือดในตับสูง (Portal hypertension)

  • ไส้ติ่งอักเสบ

  • โรคทางเดินอาหาร

  • โรคฉุกเฉินในช่องท้อง

  • ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เช่น Gastroschisis

  • มะเร็งแพร่กระจายที่สะดือ (Sister Mary Joseph nodules)

การทำความสะอาดสะดือ 

โปรดสังเกตสะดือเพื่อมองหาก้อนสีดำ อาการคัน ผื่นแดง และกลิ่นไม่พึงประสงค์ จากนั้นจึงเริ่มทำความสะอาดด้วยตนเองง่าย ๆ ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

  1. นำก้านลำสี หรือสำลีชุบแอลกอฮอล์ แล้วถูวน ๆ ภายในสะดือ เพื่อนำคราบสิ่งสกปรกออก

  2. หลังจากเช็ดด้วยแอลกอฮอล์แล้ว ให้นำสำลีก้อนใหม่ไปชุบน้ำ เพื่อล้างแอลกอฮอล์ออกอีกครั้ง

  3. เช็ดภายในสะดือให้แห้งด้วยผ้า หรือสำลีอีกรอบ

การนวดรอบสะดือ

นวดวนรอบสะดือ ด้วยฝ่ามือทับซ้อนกัน หมุนตามเข็มนาฬิกาเบา ๆ ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ลดอาการท้องอืดและท้องผูก กดนวดหน้าท้อง โดยใช้ฝ่ามือหรือนิ้วมือกดไล่จากชายโครงลงไปยังท้องล่างด้วยแรงพอเหมาะ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและลำไส้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล