ไวรัลโจทย์เลข ม.2 จากยุโรป เพราะคนเอเชียวิจารณ์ "ง่ายเกินคาด" เด็กประถมยังทำได้!

ไวรัลโจทย์เลข ม.2 จากยุโรป เพราะคนเอเชียวิจารณ์ "ง่ายเกินคาด" เด็กประถมยังทำได้!

ไวรัลโจทย์เลข ม.2 จากยุโรป เพราะคนเอเชียวิจารณ์ "ง่ายเกินคาด" เด็กประถมยังทำได้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โจทย์คณิตศาสตร์ชั้น ม.2 จากยุโรป กลายเป็นไวรัลเพราะคนเอเชียวิจารณ์ว่า "ง่ายเกินคาด" เด็กประถมยังทำได้!

สื่อสังคมออนไลน์เพิ่งจะเกิดกระแสฮือฮา เมื่อมีภาพถ่ายชุดโจทย์คณิตศาสตร์ระดับชั้น ม.2 (เทียบเท่าประมาณ Grade 8) จากโรงเรียนในยุโรป ซึ่งหลายคนถึงกับตกใจ เพราะเนื้อหาของโจทย์นั้น "ง่ายเกินคาด" จนเด็กประถมยังสามารถทำได้สบายๆ

แม่ผู้ปกครองเผย โจทย์ง่ายจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นของ ม.2

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเด็กชาวเวียดนามคนหนึ่ง พาเพื่อน 2 คนมาที่บ้าน คนหนึ่งจากเบลเยียม อีกคนจากไซปรัส พร้อมนำโจทย์คณิตศาสตร์มาขอให้แม่ช่วยอธิบาย เนื่องจากแม้เจ้าตัวจะสามารถทำได้ แต่ไม่รู้วิธีอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้เพื่อนเข้าใจ

ตอนแรกแม่ของเด็กคนนี้ปฏิเสธ เพราะคิดว่าความรู้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมต้นของตัวเองอาจจะลืมไปบ้าง แต่เมื่อหยิบกระดาษขึ้นมาดู กลับต้องประหลาดใจ เพราะทุกข้อเป็นเพียงแค่การบวก ลบ คูณ หาร และคำถามเชิงตรรกะเบื้องต้นที่เด็กประถมก็สามารถเข้าใจและทำได้

“ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นโจทย์ระดับ ป.4 มากกว่า ไม่ใช่ ม.2 แน่ ๆ” ผู้ปกครองรายนี้กล่าว

ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ ทั้งตกใจและรู้สึกสนุก

หลังภาพชุดโจทย์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย บางคนรู้สึกแปลกใจ บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องน่าสนใจที่การศึกษาต่างประเทศมีแนวทางไม่เหมือนกัน

“ม.2 แล้วโจทย์ง่ายขนาดนี้เหรอ? ของลูกเรายากกว่านี้อีก!”

“เห็นโจทย์แล้วนึกว่าเป็นข้อสอบ ป.4 ซะอีก”

“เซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าคณิตศาสตร์ยุโรปจะง่ายขนาดนี้”

“ดูโจทย์แล้วทั้งแปลกใจและอยากลองทำดูเลย”

“จริงนะ แต่ละประเทศก็มีวิธีสอนที่แตกต่างกัน และแต่ละแบบก็มีข้อดีของตัวเอง”

การเรียนคณิตศาสตร์ ยุโรป vs เอเชีย

คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ “เรียนคณิตศาสตร์ในยุโรปง่ายกว่าที่เอเชียจริงหรือ?” คำตอบอาจไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เพราะแต่ละภูมิภาคมีปรัชญาการศึกษาที่แตกต่างกัน

ในฝั่งยุโรปหรืออเมริกาเหนือ การเรียนการสอนคณิตศาสตร์มักจะเน้นไปที่การ พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการนำเสนอเหตุผล มากกว่าการหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว นักเรียนถูกกระตุ้นให้ค้นหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง และใช้จินตนาการในการอธิบายโจทย์

ในขณะที่ระบบการศึกษาคณิตศาสตร์ของหลายประเทศในเอเชีย เช่น เวียดนาม จีน หรือแม้แต่ไทย เน้นความแม่นยำ การฝึกฝนซ้ำ ๆ และการแก้โจทย์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง โดยเริ่มจากพื้นฐานไปสู่ระดับสูงอย่างมีระบบ

แม้แนวทางจะต่างกัน แต่ต่างก็มีข้อดีในตัวเอง ระบบตะวันตกช่วยส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์ และ ทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตจริง ส่วนระบบเอเชียเน้น ความชัดเจน มีวินัย และความสามารถในการจัดการกับโจทย์ที่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาหลายคนเห็นตรงกันว่า “ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดในทุกกรณี” เพราะแต่ละแบบต่างก็สะท้อนค่านิยมและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค

แทนที่จะตั้งคำถามว่า “คณิตศาสตร์ประเทศไหนง่ายกว่ากัน” สิ่งสำคัญกว่าคือการเข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ของตัวเอง และเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมที่สุด เมื่อสามารถผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองระบบได้ นักเรียนจะไม่เพียงแค่เก่งคณิตศาสตร์ในห้องเรียน แต่ยังสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล