ยกระดับอุตสาหกรรมไทย ให้ก้าวไกลบนเวทีโลก! ด้วยรางวัล “Prime Minister’s Export Award 2025”

ยกระดับอุตสาหกรรมไทย ให้ก้าวไกลบนเวทีโลก! ด้วยรางวัล “Prime Minister’s Export Award 2025” สร้างมาตราฐานและผลักดันธุรกิจผู้ส่งออกกว่า 3 ทศวรรษ
หัวใจสำคัญของการส่งออกแบรนด์ไปยังต่างประเทศ ไม่ได้เพียงแค่มีคุณสมบัติครบ แต่ยังต้องใช้ความเชื่อมั่นจากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งการที่จะได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจนั้น ต้องมีสิ่งยืนยันอย่างรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น Prime Minister’s Export Award (PM’s Export Award)
ในปี 2568 นี้ มีผู้ได้รับรางวัล รวมทั้งสิ้น 42 รางวัล จาก 39 บริษัท ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งสาขารางวัลออกเป็น 7 ประเภทรางวัล ได้แก่
- รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter)
- รางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand)
- รางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน (Best Green & Sustainable Exporter)
- รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design)
- รางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Service Enterprise Award)
- รางวัลสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม (Best OTOP)
- รางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม (Best Halal)
รางวัล PM’s Export Award เปรียบเสมือนเครื่องหมายรับรองคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก
เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จและเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการไทย เราขอเชิญไปทำความรู้จักกับตัวอย่างบริษัทที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนความภาคภูมิใจของประเทศไทย ที่ได้ก้าวผ่านความท้าทาย พัฒนาธุรกิจจนเติบโตและยืนหยัดอย่างมั่นคงในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
BEST OTOP : บริษัท ไทย เซ้าเทิร์น ฟู้ด อินดัสตรี จำกัด

ในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับสุขภาพและวัฒนธรรมท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น อาหารไทยจึงกลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ทรงพลังบนเวทีโลก บริษัท ไทย เซ้าเทิร์น ฟู้ด อินดัสตรี จำกัด คุณปานชีวัน ชัวชมเกตุ กรรมการผู้จัดการ จึงได้เดินหน้าผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการพัฒนามาตรฐานโรงงาน การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระดับสากล และการออกแบบบรรจุภัณฑ์สองภาษาเพื่อให้ผู้บริโภคต่างชาติสามารถเข้าถึงวิธีการปรุงอาหารไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น
กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่าง คือการนำเสนอ "รสชาติไทยแท้" อันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย วัตถุดิบล้วนคัดสรรมาจากเกษตรกรท้องถิ่นที่ใส่ใจในคุณภาพและปลูกแบบปลอดสารพิษ สะท้อนจุดยืนของแบรนด์ในการส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการรักษารสชาติไทยดั้งเดิมไว้อย่างแท้จริง

นอกจากคุณภาพสินค้าแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ตลาดอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การทำคลิปวิดีโอเผยแพร่สูตรอาหารผ่าน YouTube เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ ไปจนถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศอย่างจริงจัง รวมถึงข้อกฎหมายการนำเข้าและโลจิสติกส์ เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกมิติ
การันตีความสำเร็จด้วยรางวัล PM’s Export Award 2025 ซึ่งคุณปานชีวันระบุว่า "หัวใจของความสำเร็จคือความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพ นวัตกรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงความตั้งใจจริงในการผลักดันวัตถุดิบคุณภาพจากครัวไทย สู่ครัวโลก"
BEST HALAL : บริษัท ทวีชัยฟู้ดส์ จำกัด

บริษัท ทวีชัยฟู้ดส์ จำกัด (TFM) เดินหน้าขยายตลาดส่งออกด้วยกลยุทธ์ที่เน้นคุณภาพ ความยั่งยืน และการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง ด้วยพื้นฐานความเชี่ยวชาญในอาหารไทย บริษัทได้พัฒนาสินค้าทั้งในรูปแบบ OEM และแบรนด์ของตนเอง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่กำลังให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัย สุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
TFM ลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินการจัดทำ Carbon Footprint ของทั้งองค์กรและสินค้า โดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปีหน้า อีกทั้งยังสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนร่วมกับชาวประมงท้องถิ่น เพื่อรักษาคุณภาพวัตถุดิบและสร้างความสัมพันธ์ที่ยืนยาวกับชุมชน ในขณะเดียวกัน ยังได้ขยายไลน์สินค้าสุขภาพ และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดสาร BPA และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จุดแข็งที่ทำให้แบรนด์ของ TFM โดดเด่นในตลาดต่างประเทศ คือ การรักษารสชาติไทยแท้ที่ผู้บริโภคจดจำได้ และยังมีการพัฒนาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศ รวมถึงการใช้มาตรฐานฮาลาลระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ขององค์กรที่บริหารโดยครอบครัวมุสลิม ทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจจริงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อผู้บริโภค ปลอดภัย และมีความเป็นมืออาชีพทุกขั้นตอน
ด้วยแนวทางที่ชัดเจนนี้ ทำให้ TFM ได้รับรางวัล PM’s Export Award 2025 ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยในตลาดโลก คุณนิสรีน หลำสุบ กรรมการผู้จัดการของทวีชัยฟู้ดส์ได้กล่าวไว้ว่า “หัวใจสำคัญของการส่งออกไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวบนพื้นฐานของความจริงใจ อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น ต้องเริ่มจากการเข้าใจตลาดปลายทางให้ชัด และลงมือทำด้วยความจริงใจในทุกขั้นตอน”
BEST EXPORTER : บริษัท ร้อยแปด ฟู้ดส์ จำกัด (เจ้าของแบรนด์ “แยมอิ่มใจ”)

บริษัท ร้อยแปด ฟู้ดส์ จำกัด เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านคือหัวใจสำคัญของการพาแบรนด์ไทยก้าวสู่ตลาดโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ “แยมอิ่มใจ” ที่ไม่เพียงใส่ใจในรสชาติและสุขภาพของผู้บริโภค แต่ยังให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบ โดยเลือกใช้ผลไม้ไทยจากเกษตรกรอินทรีย์ พร้อมผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งยังตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วยสูตรน้ำตาลน้อย และสูตรไม่มีน้ำตาล และไฟเบอร์พรีไบโอติกจากธรรมชาติ
นอกจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จคือกลยุทธ์การตลาดที่เน้น “เจาะลึกมากกว่าหว่านกว้าง” โดยเลือกประเทศเป้าหมายและคู่ค้าหลักที่สอดคล้องกับแบรนด์ รวมถึงการปรับบรรจุภัณฑ์ รสชาติ และฉลากให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละตลาด ความเข้าใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ได้รับการตอบรับอย่างดี

คุณชุลีกร สถิตพงศ์พิพัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท ร้อยแปด ฟู้ดส์ จำกัด ยังมองว่า การสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดต่างประเทศต้องอาศัยการแสดงจุดขายอย่างโปร่งใส ตั้งแต่คุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิต ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ทั้งก่อนและหลังการขาย โดยยึดมั่นในแนวคิด “การส่งออกไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการส่งออกคุณค่าและความจริงใจของแบรนด์ไทย ไปให้ผู้บริโภคทั่วโลก”
จากความมุ่งมั่นที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง แยมอิ่มใจสามารถคว้ารางวัล PM’s Export Award 2025 มาครองได้อย่างภาคภูมิ ซึ่งคุณชุลีกร ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการ ‘ขายสินค้า’ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้าง ‘คุณค่า’ ที่จับต้องได้ ผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจริง ความยั่งยืนที่สามารถตรวจสอบได้ และแนวทางการทำงานแบบ ‘พันธมิตรทางธุรกิจ’ ที่พร้อมเติบโตเคียงข้างกันอย่างมั่นคงในระยะยาว
แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ส่งออกไทย
ในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากล หนึ่งในแรงสนับสนุนสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยทางธุรกิจ ที่ช่วยเปิดประตูสู่ตลาดโลก ด้วยการให้คำแนะนำ ให้โอกาส และเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทยกล้าที่จะเติบโตในระดับสากล
นอกจากการสร้างโอกาสทางการค้าแล้ว DITP ยังมุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรม กิจกรรม เวิร์กช็อป และการให้คำปรึกษาในประเด็นสำคัญด้านการส่งออก เพื่อให้แบรนด์ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนี้ ผู้ประกอบการไทยจึงได้รับการติดอาวุธทางความรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้สามารถยืนหยัดและเติบโตในตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


