ความลับ "อารยธรรมมายา" เทพแห่งดาราศาสตร์ กับคำทำนาย "วันสิ้นโลก" ที่ยังเป็นปริศนา

ความลับของ "อารยธรรมมายา" อัจฉริยะด้านดาราศาสตร์ และคำทำนายวันสิ้นโลกที่ยังคงเป็นปริศนา
อารยธรรมมายา หนึ่งในอารยธรรมโบราณที่ลึกลับที่สุดของโลก ได้สร้างความทึ่งให้กับนักวิชาการและคนทั่วโลก ด้วยความรู้ทางดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่ล้ำยุคอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่ทำให้มายากลายเป็นที่สนใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น หากยังรวมถึง คำทำนายวันสิ้นโลก ที่ยังคงก่อให้เกิดการถกเถียงมาจนถึงปัจจุบัน
อารยธรรมแห่งดวงดาว
อารยธรรมมายาเจริญรุ่งเรืองในแถบเมโสอเมริกา มีชื่อเสียงจากงานสถาปัตยกรรมอันวิจิตรและระบบอักษรที่ซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นอย่างแท้จริงคือความสามารถในการศึกษาดาราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง พวกเขาสามารถสังเกตท้องฟ้าด้วยตาเปล่าและคำนวณการโคจรของดาวเคราะห์อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างที่น่าทึ่งคือ การคำนวณวงโคจรของดาวศุกร์ ซึ่งชาวมายาระบุว่าใช้เวลา 584 วัน ซึ่งแทบไม่ต่างจากค่าที่นักดาราศาสตร์ในปัจจุบันวัดได้คือ 583.93 วัน พวกเขาสังเกตได้ว่าดาวศุกร์จะปรากฏบนฟ้าช่วงเช้า 236 วัน แล้วหายไป 90 วัน ก่อนจะกลับมาส่องแสงในช่วงเย็นอีก 250 วัน แล้วหายไปอีก 8 วัน รวมเป็นรอบสมบูรณ์ที่เกิดซ้ำทุก 8 ปี เท่ากับ 5 รอบของดาวศุกร์ และสอดคล้องกับปฏิทิน 365 วันของพวกเขาอย่างลงตัว
ผู้บุกเบิกด้านปฏิทิน
ไม่เพียงแต่ดาวศุกร์เท่านั้น ชาวมายายังคำนวณความยาวของปีบนโลกได้ใกล้เคียงกับความจริงมาก โดยระบุว่า 1 ปีมีความยาว 365.2420 วัน ในขณะที่ค่าที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบันคือ 365.2422 วัน พวกเขามีระบบปฏิทิน 3 แบบที่ซับซ้อนแต่แม่นยำ ได้แก่:
- ปฏิทินโซลกิ้น (Tzolkin) 260 วัน สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา
- ปฏิทินสุริยคติ 365 วัน สำหรับการเพาะปลูก
- ปฏิทินดาวศุกร์ 584 วัน
การรวมกันของระบบเหล่านี้แสดงถึงความรู้ด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ที่ก้าวล้ำเกินยุคสมัย
คำทำนายวันสิ้นโลก 2012 ที่ถูกเข้าใจผิด
หนึ่งในเรื่องที่ทำให้คนทั่วโลกพูดถึงชาวมายามากที่สุดคือ คำทำนายวันสิ้นโลกปี 2012 ข้อความบนแผ่นศิลาโบราณในกัวเตมาลาได้ระบุถึงการสิ้นสุดของบักตุนที่ 13 ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ธันวาคม 2012
ข้อความนี้ถูกตีความผิดว่าเป็นคำทำนายวันสิ้นโลก และยิ่งทำให้ตื่นตระหนกมากขึ้นเมื่อมีภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “2012” นำเสนอโลกถล่มทลายตามคำทำนาย
อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดีได้ชี้แจงอย่างชัดเจน ว่า ข้อความดังกล่าวไม่ใช่การพยากรณ์ภัยพิบัติหรือจุดจบของโลก แต่เป็นเพียงการสิ้นสุดของหนึ่งรอบปฏิทินในระบบความเชื่อของชาวมายา ที่มองว่าเวลาเป็นวัฏจักรและการจบของรอบหนึ่งคือจุดเริ่มต้นของรอบใหม่
มายาก็ไม่ได้ทำนายทุกอย่าง
แม้คำทำนายปี 2012 จะถูกไขความจริงแล้ว แต่ข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถของชาวมายาในการทำนายเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การเกิดสงครามโลก การประดิษฐ์เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งการล่มสลายของอารยธรรมของพวกเขาเอง ก็ยังคงมีอยู่
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ และไม่มีหลักฐานใดที่ชี้ว่าชาวมายาสามารถทำนายอนาคตได้จริง
- สะพรึง หนังสือลับวาติกัน ทำนายถึง "วันสิ้นโลก" ระบุชัดจะเกิดใน ค.ศ.เท่าไหร่ อีกแค่ไม่กี่ปี!
- 100 ปีแห่งการทำนาย ย้อนสิ่งที่นักวิทย์ปี 1925 พูดถึงโลกในปี 2025 ถูกต้องจนยากที่จะเชื่อ!
การล่มสลายอย่างลึกลับ
หนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับชาวมายาคือ เหตุผลที่อารยธรรมของพวกเขาล่มสลายอย่างฉับพลัน ราวปี ค.ศ. 800-900 เมืองใหญ่มากมายถูกทิ้งร้างและถูกป่าดิบกลืนกิน
มีหลากหลายสมมุติฐานเกี่ยวกับสาเหตุ เช่น ภัยแล้ง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ประชากรล้นเกิน การรุกรานจากภายนอก หรือโรคระบาด แต่บางงานวิจัยชี้ว่าอาจเป็นเพราะความขัดแย้งภายใน ที่นำไปสู่ความรุนแรงและการแย่งชิงอำนาจและทรัพยากรระหว่างนครรัฐ
วิถีชีวิตและความเชื่ออันแปลกประหลาด
นอกจากความเก่งกาจทางวิทยาศาสตร์แล้ว ชาวมายายังมีความเชื่อและวัฒนธรรมที่แปลกและน่าสนใจ พวกเขาเชื่อเรื่อง การเวียนว่ายตายเกิด และมีพิธีกรรมฝังศพ เช่น ใส่เมล็ดข้าวโพดในปากผู้ตาย หรือครอบครัวร่ำรวยอาจใส่หยกแทน
ค่านิยมความงามของพวกเขาก็แตกต่าง โดยนิยม หน้าผากแบนและตาเหล่ ถึงขนาดนวดหัวทารกให้แบน และใช้ของแขวนหน้าผากเพื่อให้ลูกตาเข
การแต่งงานในวัฒนธรรมมายาก็มีพิธีแปลกๆ เช่น เจ้าบ่าวต้องทำงานให้ครอบครัวฝ่ายหญิงนานถึง 6-7 ปี และหากทำงานไม่ดี อาจถูกปฏิเสธการแต่งงานได้เลย
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของชาวมายา ไม่ว่าจะเป็นความอัจฉริยะด้านดาราศาสตร์ หรือคำทำนายวันสิ้นโลกที่กลายเป็นความเข้าใจผิด ล้วนสะท้อนถึงอารยธรรมอันยิ่งใหญ่และซับซ้อน ที่ยังคงเป็นปริศนาให้คนรุ่นหลังค้นคว้าและชื่นชม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี