รอยแดงทั่วตัว เชื่อเป็นฝีมือ "ผี" แพทย์ชี้เป็นสัญญาณ "ตับ" ขอความช่วยเหลือ

รอยแดงทั่วตัว เชื่อเป็นฝีมือ "ผี" แพทย์ชี้เป็นสัญญาณ "ตับ" ขอความช่วยเหลือ

รอยแดงทั่วตัว เชื่อเป็นฝีมือ "ผี" แพทย์ชี้เป็นสัญญาณ "ตับ" ขอความช่วยเหลือ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมอกุมขมับ คนไข้มีรอยแดงปริศนาบนผิวหนัง เชื่อเป็นฝีมือ "ผี" ที่แท้เป็นสัญญาณ "ตับ" กำลังขอความช่วยเหลือ

เมื่อพบว่าตับมีปัญหา มักหมายถึงอาการอยู่ในระดับรุนแรงแล้ว ดังนั้นหากร่างกายส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ จึงไม่ควรมองข้าม! ศัลยแพทย์ชื่อดัง นพ.เฉิน หรงเจี้ยน แชร์กรณีตัวอย่างว่า มีหญิงวัย 60 กว่าปี รายหนึ่งตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วพบว่าบนร่างกายมีรอยแดงจากการเกาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะไปทำพิธีแก้เคล็ดที่วัดก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งไปพบแพทย์ จึงตรวจพบว่าค่าเอนไซม์ตับและค่าดีซ่านสูงผิดปกติ สุดท้ายวินิจฉัยได้ว่าเกิดจาก นิ่วในท่อน้ำดี และหลังเข้ารับการผ่าตัดก็หายเป็นปกติ โดยแพทย์ย้ำว่า “รอยเกา” ก็คือหนึ่งในสัญญาณขอความช่วยเหลือจากตับ

นพ.เฉินเล่าว่า หญิงรายนี้ไม่รู้ตัวว่าตนเองเกาตอนไหน แต่รอยกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาเริ่มมีอาการพูดติดขัดเหมือนขาดสติกลางคัน ครอบครัวจึงคิดว่าอาจถูกสิ่งลี้ลับรบกวน จึงพาไปทำพิธีที่ศาลเจ้าและดื่มน้ำมนต์ แต่ไม่เพียงไม่ดีขึ้น แต่อาการกลับรุนแรงกว่าเดิม

จนเมื่อครอบครัวสังเกตเห็นว่าหน้าเธอเริ่มเหลืองขึ้นเรื่อย ๆ จึงรีบพาไปโรงพยาบาล ผลตรวจเลือดพบว่า ค่าเอนไซม์ตับสูงถึง 300–400 (ค่าปกติต่ำกว่า 35) และ ค่าดีซ่านสูงถึง 10 (ค่าปกติไม่เกิน 1.5)

แพทย์ในตอนแรกกังวลว่าอาจเป็นตับวาย มะเร็งตับ ตับแข็ง หรือมะเร็งตับอ่อน/ท่อน้ำดี แต่สุดท้ายตรวจละเอียดพบว่าเกิดจาก ก้อนนิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีรวม เพียงบางส่วน จึงทำให้ตับอักเสบเรื่อย ๆ โดยไม่มีอาการปวดท้องหรือไข้เฉียบพลันเหมือนเคสทั่วไป

หญิงรายนี้ได้รับการส่องกล้องเพื่อเอานิ่วออก แต่เนื่องจากนิ่วติดค้างมานาน จึงสะสมกว่า 30–40 ก้อน สุดท้ายต้องใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (minimally invasive) และหลังผ่าตัด 5 วัน ค่าต่าง ๆ ก็กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ

นพ.เฉินอธิบายว่า ค่าเอนไซม์ตับและค่าดีซ่านสูงทำให้เกิดอาการคันผิวหนัง ส่งผลให้ผู้ป่วยเกาโดยไม่รู้ตัวจนมีรอยเต็มตัว อีกทั้งค่าตับสูงยังทำให้ร่างกายเผาผลาญผิดปกติ เกิดการสะสมสารพิษ เช่น แอมโมเนีย จนทำให้สติสัมปชัญญะผิดปกติ

ท้ายที่สุดแพทย์ย้ำว่า “เราต้องเคารพความเชื่อของทุกคน แต่หากร่างกายมีอาการผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ ควรไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล