"ลักษณะต้องห้าม" ที่บริษัทส่วนใหญ่ปฏิเสธรับเข้าทำงาน ถ้ารักอนาคต อย่าทำสิ่งเหล่านี้

"ลักษณะต้องห้าม" ที่บริษัทส่วนใหญ่ปฏิเสธรับเข้าทำงาน ถ้ารักอนาคต อย่าทำสิ่งเหล่านี้

"ลักษณะต้องห้าม" ที่บริษัทส่วนใหญ่ปฏิเสธรับเข้าทำงาน  ถ้ารักอนาคต อย่าทำสิ่งเหล่านี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดลิสต์ “ลักษณะต้องห้าม” ที่บริษัทส่วนใหญ่ปฏิเสธรับเข้าทำงาน — ถ้ารักอนาคต อย่าทำสิ่งเหล่านี้

การหางานในยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่สกิลหรือเรซูเม่สวยหรูเท่านั้น แต่ ทัศนคติ พฤติกรรม และความเป็นมืออาชีพ ที่แสดงออกระหว่างกระบวนการสมัครงานคือเกณฑ์สำคัญที่ HR ใช้ตัดสินใจ บ่อยครั้งผู้สมัครที่มีความสามารถต้องพลาดโอกาสดี ๆ เพราะเผลอแสดง “ลักษณะต้องห้าม” ที่ทำให้ผู้ว่าจ้างรีบปัดตก วันนี้เรารวบรวมรายการที่บริษัทส่วนใหญ่เห็นแล้วต้องส่ายหน้า พร้อมคำอธิบายว่าทำไมถึงห้าม และวิธีแก้เพื่อเตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์ให้ปัง

หมวด 1 — ทัศนติที่เป็นตัวตัดสินแรก (Attitude matters)

  • พูดถึงที่ทำงานเก่าในแง่ร้ายตลอด (The Complainer)
    การวิจารณ์เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานเก่าแบบรุนแรงเป็นสัญญาณว่าคุณอาจสร้างบรรยากาศเป็นพิษในองค์กรใหม่ ผู้สัมภาษณ์มองว่าเสี่ยงต่อทีม
  • อีโก้สูง ไม่รับฟัง (The Know-It-All)
    คนที่ขัดจังหวะ พูดกดหรือไม่ยอมรับความคิดเห็น มักทำงานเป็นทีมได้ยากและขัดขวางการพัฒนา
  • ขาดความกระตือรือร้น (The Uninspired)
    นิ่งเฉย ขาดคำถามหรือความสนใจในตำแหน่ง แสดงว่าคุณอาจทำงานแบบผ่าน ๆ และไม่เติบโตไปกับองค์กร

หมวด 2 — ความเป็นมืออาชีพที่ต้องมี (Professionalism)

  • ไม่ศึกษาข้อมูลบริษัท (The Unprepared)
    ตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับบริษัทไม่ได้ สะท้อนว่าคุณไม่ใส่ใจและไม่เคยเตรียมตัว
  • บิดเบือนข้อมูลในเรซูเม่ (The Dishonest)
    การใส่ประสบการณ์หรือทักษะเกินจริงเมื่อตรวจสอบพบจะทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณพังและโดนตัดสิทธิทันที
  • Digital footprint ที่เป็นปัญหา (The Risky Profile)
    โพสต์คอนเทนต์หยาบคาย เหยียด หรือเกี่ยวข้องกฎหมายในโซเชียล อาจถูกตรวจเจอและถือเป็นความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์องค์กร

หมวด 3 — ประวัติพฤติกรรมที่องค์กรกลัว (Past behaviors matter)

  • เปลี่ยนงานบ่อยเกินไป (The Job Hopper)
    ถ้าประวัติการทำงานสั้นกระจัดกระจาย บริษัทจะกังวลเรื่องความอยู่รอดและต้นทุนฝึกสอน
  • ประวัติไม่ดีหรือผ่านการตรวจสอบไมได้ (The Bad Record)
    มีประวัติทุจริต หรือ reference check ได้ข้อมูลแง่ลบ เป็นเหตุผลให้บริษัทปฏิเสธทันที

พฤติกรรมเล็ก ๆ แต่ทำลายโอกาสได้

  • มาสายบ่อยหรือขาดการตอบอีเมล/ข้อความช่วงสัมภาษณ์
  • แต่งกายไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหรือวัฒนธรรมบริษัท
  • พูดจาไม่สุภาพกับพนักงานที่ให้บริการหรือผู้สัมภาษณ์

วิธีแก้ไขและเตรียมตัวให้ผ่านด่าน HR

  1. เตรียมข้อมูลบริษัทและตำแหน่ง — อ่านเว็บไซต์ บทความ ค่านิยมองค์กร และเตรียมคำถามที่แสดงความสนใจจริงจัง
  2. ซื่อสัตย์ในเรซูเม่ — เขียนความสำเร็จเป็นข้อ ๆ และระบุบทบาทของตนเองชัดเจน
  3. เคลียร์โซเชียลมีเดีย — ลบโพสต์ที่อาจเป็นปัญหา และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสม
  4. ฝึกทัศนคติการสัมภาษณ์ — ซ้อมตอบคำถามเชิงพฤติกรรม (behavioral questions) และฝึกการรับฟัง
  5. มี reference ที่น่าเชื่อถือ — เตรียมรายชื่อผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานที่สามารถยืนยันผลงานได้

ตัวอย่างคำตอบแบบฉลาดเมื่อถูกถามเรื่องงานเก่า

  • “ผม/ฉันได้เรียนรู้จากประสบการณ์นั้นว่า… (ตามด้วยสิ่งที่เรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง)”
  • “ผม/ฉันมองว่าทุกองค์กรมีข้อท้าทาย ผม/ฉันอยากจะนำสิ่งที่เรียนรู้มาช่วยพัฒนาองค์กรที่นี่”

สรุป — เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ “ใช่”

ทักษะสามารถฝึกฝนได้ แต่ ทัศนคติ ความน่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพ เป็นสิ่งที่บริษัทมองหามากที่สุดในระยะยาว หากต้องการเพิ่มโอกาสถูกเรียกเข้าทำงาน ให้เริ่มจากการตรวจเช็กตัวเอง ตัดหรือแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นข้อห้าม และฝึกทักษะการนำเสนอความเป็นมืออาชีพอย่างสม่ำเสมอ — แล้วอนาคตการงานจะเปิดรับคุณแน่นอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล