WHO ยืนยัน "ความเหงา" ตัวการทำคนตาย รู้สถิติ "รายชั่วโมง" แล้วยิ่งเศร้า

WHO ยืนยัน "ความเหงา" ตัวการทำคนตาย รู้สถิติ "รายชั่วโมง" แล้วยิ่งเศร้า

WHO ยืนยัน "ความเหงา" ตัวการทำคนตาย รู้สถิติ "รายชั่วโมง" แล้วยิ่งเศร้า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครบอก "ความเหงาไม่เคยฆ่าใคร" ยืนยันจาก WHO ความเหงาตัวการทำคนตาย รู้สถิติ "รายชั่วโมง" แล้วยิ่งเศร้า

คณะกรรมการความเชื่อมโยงทางสังคมขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลสำคัญว่า คนทั่วโลกประมาณ 1 ใน 6 คน ประสบกับความเหงา ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ ความเหงาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คนต่อชั่วโมง หรือมากกว่า 871,000 รายต่อปี การมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นและมีชีวิตยืนยาวกว่า

WHO นิยามความเชื่อมโยงทางสังคมว่าเป็นวิธีที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์และสัมพันธ์กัน ส่วนความเหงานั้นคือความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดจากช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ที่ต้องการกับความสัมพันธ์ที่มีจริง ในขณะที่การแยกตัวทางสังคมคือการขาดความสัมพันธ์ทางสังคมอย่างแท้จริง

ความเหงาและการแยกตัวทางสังคมเป็นปัญหาระดับโลก

แม้โลกเราจะเชื่อมต่อกันผ่านเทคโนโลยี แต่ผู้คนจำนวนมากยังรู้สึกโดดเดี่ยวและแยกตัวออกจากสังคม ความเหงาส่งผลกระทบต่อบุคคล ครอบครัว และชุมชนอย่างใหญ่หลวง หากไม่แก้ไข ปัญหานี้จะสร้างต้นทุนมหาศาลในด้านสุขภาพ การศึกษา และการจ้างงาน

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบและสาเหตุของความเหงา

  • ความเหงาพบในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเยาวชนและผู้ที่อาศัยในประเทศรายได้น้อยถึงปานกลาง

  • ประมาณ 17-21% ของวัยรุ่นและคนอายุ 13-29 ปีรายงานรู้สึกเหงา

  • ในประเทศรายได้น้อย มีอัตราความเหงาสูงกว่าประเทศร่ำรวยถึงสองเท่า

  • กลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น ผู้พิการ ผู้ลี้ภัย กลุ่ม LGBTQ+ และชนกลุ่มน้อยเผชิญอุปสรรคมากขึ้น

  • สาเหตุรวมถึงสุขภาพไม่ดี รายได้น้อย การอยู่คนเดียว โครงสร้างชุมชนที่ไม่เหมาะสม และผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัล

ผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวัน

  • ความเชื่อมโยงทางสังคมช่วยลดการอักเสบ ป้องกันโรคร้ายแรง ส่งเสริมสุขภาพจิต และช่วยให้ชีวิตยืนยาว

  • ความเหงาเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ เบาหวาน ความเสื่อมทางสมอง และการเสียชีวิตก่อนวัย

  • ผู้ที่เหงามีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปสองเท่า และอาจเกิดความวิตกกังวลหรือคิดทำร้ายตนเอง

  • เด็กวัยรุ่นที่เหงามีโอกาสเรียนต่ำกว่า 22% และผู้ใหญ่เหงามักหางานหรือรักษางานได้ยาก

  • ชุมชนที่มีความเหงานั้นขาดความสามัคคี และก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาล

แนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะ

  • รายงานของ WHO แนะนำแผนปฏิบัติการระดับโลก 5 ด้าน คือ นโยบาย วิจัย การแทรกแซง การวัดผล และการมีส่วนร่วมของประชาชน

  • แนวทางแก้ไขครอบคลุมระดับชาติ ชุมชน และบุคคล เช่น การส่งเสริมความตระหนัก เปลี่ยนนโยบาย และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม

  • แต่ละคนสามารถช่วยได้ง่ายๆ เช่น ติดต่อเพื่อน วางโทรศัพท์เพื่อมีสมาธิในการสนทนา ทักทายเพื่อนบ้าน เข้าร่วมกลุ่ม หรือเป็นอาสาสมัคร

  • หากความเหงารุนแรง ควรหาข้อมูลและขอรับบริการสนับสนุนที่มีอยู่

สรุปคือ ความเหงาและการแยกตัวทางสังคมมีผลเสียต่อสุขภาพและสังคมสูงมาก แต่การมีความเชื่อมโยงทางสังคมจะนำประโยชน์มหาศาล WHO จึงเรียกร้องให้ทุกประเทศและชุมชนให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นเรื่องเร่งด่วนของสุขภาพสาธารณะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล