เนื้อสัตว์ปีกที่เป็น "สุดยอดยาบำรุง" แร่ธาตุสูงกว่าไก่ คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอี๊

เนื้อสัตว์ปีกที่เป็น "สุดยอดยาบำรุง" แร่ธาตุสูงกว่าไก่ คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอี๊

เนื้อสัตว์ปีกที่เป็น "สุดยอดยาบำรุง" แร่ธาตุสูงกว่าไก่ คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอี๊
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เนื้อสัตว์ปีกที่เป็น "สุดยอดยาบำรุง" คอเลสเตอรอลต่ำ แร่ธาตุสูงกว่าเนื้อไก่ คนกินทั่วโลก แต่คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่กล้ากิน

เนื้อนกพิราบ ถือเป็นอาหารบำรุงกำลังชั้นยอดในตำรับอาหารเวียดนามที่รู้จักกันมานาน หาซื้อได้ง่ายตามตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ในศาสตร์แพทย์แผนจีนและเวียดนามโบราณ เนื้อพิราบมี “รสหวาน ธาตุเป็นกลาง” และช่วยบำรุงร่างกายได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลัง เสริมการไหลเวียนเลือด หรือชะลอความชรา

มีคำกล่าวว่า “พิราบหนึ่งตัว ดีกว่าไก่เก้าตัว” สะท้อนคุณค่าสารอาหารที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

7 ประโยชน์เด่นของเนื้อพิราบ

1. บำรุงสุขภาพโดยรวม : เนื้อพิราบมีโปรตีนคุณภาพสูง วิตามิน A, B, E และแร่ธาตุสำคัญ เช่น เหล็ก แคลเซียม และสังกะสี ช่วยบำรุงอวัยวะภายในทั้ง 5 (หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต) เพิ่มภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับผู้พักฟื้น ผู้สูงอายุ และเด็กขาดสารอาหาร

2. สนับสนุนสุขภาพหัวใจ : เนื้อพิราบมีคอเลสเตอรอลต่ำ (ประมาณ 63 มก./100 กรัม) ต่ำกว่าเนื้อไก่หรือเนื้อวัว และอุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนถึง 60-65% ช่วยลด LDL เพิ่ม HDL ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด : โปรตีนจากเนื้อพิราบช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และควบคุมการเผาผลานกลูโคส เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างเป็นธรรมชาติ

4. เสริมสมองและความจำ : อุดมด้วยธาตุเหล็ก (4.5 มก./100 กรัม) ช่วยในการขนส่งออกซิเจนไปยังสมอง และมีวิตามิน B6, B12, E ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาท เพิ่มความจำ ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม

5. ปกป้องตับ : เนื้อพิราบมีโปรตีนคุณภาพสูงและแร่ธาตุอย่างสังกะสี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ ป้องกันการอักเสบในผู้มีภาวะตับอักเสบหรือไขมันพอกตับ และช่วยตับขับพิษจากแอลกอฮอล์หรือสารพิษอื่นๆ

6. ชะลอความแก่ : คอลลาเจนและคอนดรอยตินในเนื้อพิราบช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิวและข้อ ลดริ้วรอย และป้องกันข้อเสื่อม เสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน E และสังกะสี ที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสื่อม

7. บำรุงเส้นผมและเพิ่มพลังชีวิต : ธาตุเหล็กและโปรตีนในเนื้อพิราบช่วยบำรุงรากผม ลดผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย และเสริมระบบย่อยอาหาร ฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนล้า

ข้อมูลโภชนาการ

ข้อมูลโภชนาการของ เนื้อนกพิราบ และ เนื้อไก่ จากฐานข้อมูล USDA FoodData Central (ข้อมูลต่อ 100 กรัม) :

สารอาหาร นกพิราบ (Pigeon Meat) ไก่ (Chicken Meat, เนื้ออกไม่ติดหนัง)
พลังงาน (kcal) ~142 ~165
โปรตีน (g) ~20.0 ~31.0
ไขมันทั้งหมด (g) ~6.0 ~3.6
ไขมันอิ่มตัว (g) ~1.7 ~1.0
โคเลสเตอรอล (mg) ~63 ~85
ธาตุเหล็ก (mg) ~4.5 ~1.3
สังกะสี (Zinc, mg) ~2.2 ~1.0
วิตามิน B12 (µg) ~1.5 ~0.3
วิตามิน B6 (mg) ~0.5 ~0.5
วิตามิน E (mg) ~0.3 ~0.3
  • เนื้อนกพิราบมีไขมันมากกว่าไก่เล็กน้อย แต่คอเลสเตอรอลน้อยกว่า

  • เนื้อนกพิราบมีปริมาณเหล็กและสังกะสีสูงกว่าไก่หลายเท่า

  • วิตามินบี12 ในเนื้อนกพิราบสูงกว่ามาก ซึ่งสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือดแดง

การบริโภคเนื้อนกพิราบในต่างประเทศ

การบริโภค เนื้อนกพิราบ มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในวัฒนธรรมอาหารที่มีความหลากหลายและเน้นความประณีต โดยส่วนมากจะใช้ พิราบที่เลี้ยงเฉพาะเพื่อการบริโภค ซึ่งเรียกว่า Squab (ลูกนกพิราบอายุ 3–4 สัปดาห์) เพราะเนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียว และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าพิราบป่า

ฝรั่งเศส

  • ฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมบริโภคเนื้อ Squab มาก

  • ใช้ในอาหารชั้นสูง เช่น เมนู "Pigeon rôti" (พิราบอบ) หรือ "Pigeon en croûte" (พิราบห่อแป้งอบ)

  • พบในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์และภัตตาคารคลาสสิก

อิตาลี

  • นิยมเสิร์ฟเนื้อนกพิราบในเมนูพื้นเมือง เช่น "Piccione arrosto" (พิราบย่าง)

  • ใช้ในงานเทศกาลหรืออาหารมื้อพิเศษ

  • มักตุ๋นกับสมุนไพร ไวน์แดง และผักราก

จีน

  • จีนบริโภคเนื้อพิราบในหลายรูปแบบ เช่น:

    • พิราบอบเกลือ

    • ซุปพิราบตุ๋นยา ซึ่งเชื่อว่าบำรุงร่างกาย

  • นิยมบริโภคตามภัตตาคารจีนหรือในพิธีมงคล

  • มีการเลี้ยงเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย

อียิปต์

  • เมนูชื่อดัง: "Hamam Mahshi" (พิราบยัดไส้ข้าวและเครื่องเทศ)

  • ถือเป็นอาหารประจำชาติและใช้ในงานเฉลิมฉลอง

  • มักย่างหรือทอดทั้งตัว

พิราบยัดไส้

นกพิราบ ในประเทศไทย

สายพันธุ์นกพิราบที่พบมากสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:

1. พิราบบ้าน (Feral Pigeon หรือ Rock Dove)

  • พบมากที่สุดในเมืองและวัด

  • เป็นสายพันธุ์ลูกผสมของพิราบเลี้ยงที่หลุดออกมาในธรรมชาติ

  • ลักษณะ: สีเทา น้ำเงิน หรือดำ ลายปีกเป็นแถบ

  • ไม่แนะนำให้บริโภค เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรค โลหะหนัก หรือพยาธิจากสิ่งแวดล้อม

2. พิราบแข่ง (Racing Homer)

  • นิยมเลี้ยงเพื่อกีฬาแข่งบิน และเป็นงานอดิเรก

  • ลักษณะ: ตัวเพรียว กล้ามเนื้อดี บินเก่ง มีสายเลือดเฉพาะ

  • สามารถบริโภคได้ หากเลี้ยงในระบบฟาร์มสะอาด

  • อย่างไรก็ตาม เนื้อไม่มากเท่าสายพันธุ์ที่เลี้ยงเฉพาะเพื่อกิน

3. พิราบเนื้อ (Meat Pigeon)

  • พันธุ์ที่ถูกคัดเลือกเพื่อเลี้ยงเป็นอาหารโดยเฉพาะ

  • เริ่มมีฟาร์มเชิงพาณิชย์ในไทยเลี้ยงพันธุ์เหล่านี้มากขึ้น

  • พันธุ์ที่นิยม:

    • King Pigeon - โตเร็ว ตัวอ้วน เนื้อเยอะ

    • Carneau - เนื้อแน่น รสชาติดี

    • ลูกผสม King × Homer - โตไว แข็งแรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล