เนื้อสัตว์ปีกที่เป็น "สุดยอดยาบำรุง" แร่ธาตุสูงกว่าไก่ คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอี๊
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เนื้อสัตว์ปีกที่เป็น "สุดยอดยาบำรุง" คอเลสเตอรอลต่ำ แร่ธาตุสูงกว่าเนื้อไก่ คนกินทั่วโลก แต่คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่กล้ากิน
เนื้อนกพิราบ ถือเป็นอาหารบำรุงกำลังชั้นยอดในตำรับอาหารเวียดนามที่รู้จักกันมานาน หาซื้อได้ง่ายตามตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ในศาสตร์แพทย์แผนจีนและเวียดนามโบราณ เนื้อพิราบมี “รสหวาน ธาตุเป็นกลาง” และช่วยบำรุงร่างกายได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลัง เสริมการไหลเวียนเลือด หรือชะลอความชรา
มีคำกล่าวว่า “พิราบหนึ่งตัว ดีกว่าไก่เก้าตัว” สะท้อนคุณค่าสารอาหารที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
7 ประโยชน์เด่นของเนื้อพิราบ
1. บำรุงสุขภาพโดยรวม : เนื้อพิราบมีโปรตีนคุณภาพสูง วิตามิน A, B, E และแร่ธาตุสำคัญ เช่น เหล็ก แคลเซียม และสังกะสี ช่วยบำรุงอวัยวะภายในทั้ง 5 (หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต) เพิ่มภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับผู้พักฟื้น ผู้สูงอายุ และเด็กขาดสารอาหาร
2. สนับสนุนสุขภาพหัวใจ : เนื้อพิราบมีคอเลสเตอรอลต่ำ (ประมาณ 63 มก./100 กรัม) ต่ำกว่าเนื้อไก่หรือเนื้อวัว และอุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนถึง 60-65% ช่วยลด LDL เพิ่ม HDL ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด : โปรตีนจากเนื้อพิราบช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และควบคุมการเผาผลานกลูโคส เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างเป็นธรรมชาติ
4. เสริมสมองและความจำ : อุดมด้วยธาตุเหล็ก (4.5 มก./100 กรัม) ช่วยในการขนส่งออกซิเจนไปยังสมอง และมีวิตามิน B6, B12, E ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาท เพิ่มความจำ ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม
5. ปกป้องตับ : เนื้อพิราบมีโปรตีนคุณภาพสูงและแร่ธาตุอย่างสังกะสี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ ป้องกันการอักเสบในผู้มีภาวะตับอักเสบหรือไขมันพอกตับ และช่วยตับขับพิษจากแอลกอฮอล์หรือสารพิษอื่นๆ
6. ชะลอความแก่ : คอลลาเจนและคอนดรอยตินในเนื้อพิราบช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิวและข้อ ลดริ้วรอย และป้องกันข้อเสื่อม เสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน E และสังกะสี ที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสื่อม
7. บำรุงเส้นผมและเพิ่มพลังชีวิต : ธาตุเหล็กและโปรตีนในเนื้อพิราบช่วยบำรุงรากผม ลดผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย และเสริมระบบย่อยอาหาร ฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนล้า

ข้อมูลโภชนาการ
ข้อมูลโภชนาการของ เนื้อนกพิราบ และ เนื้อไก่ จากฐานข้อมูล USDA FoodData Central (ข้อมูลต่อ 100 กรัม) :
| สารอาหาร | นกพิราบ (Pigeon Meat) | ไก่ (Chicken Meat, เนื้ออกไม่ติดหนัง) |
|---|---|---|
| พลังงาน (kcal) | ~142 | ~165 |
| โปรตีน (g) | ~20.0 | ~31.0 |
| ไขมันทั้งหมด (g) | ~6.0 | ~3.6 |
| ไขมันอิ่มตัว (g) | ~1.7 | ~1.0 |
| โคเลสเตอรอล (mg) | ~63 | ~85 |
| ธาตุเหล็ก (mg) | ~4.5 | ~1.3 |
| สังกะสี (Zinc, mg) | ~2.2 | ~1.0 |
| วิตามิน B12 (µg) | ~1.5 | ~0.3 |
| วิตามิน B6 (mg) | ~0.5 | ~0.5 |
| วิตามิน E (mg) | ~0.3 | ~0.3 |
-
เนื้อนกพิราบมีไขมันมากกว่าไก่เล็กน้อย แต่คอเลสเตอรอลน้อยกว่า
-
เนื้อนกพิราบมีปริมาณเหล็กและสังกะสีสูงกว่าไก่หลายเท่า
-
วิตามินบี12 ในเนื้อนกพิราบสูงกว่ามาก ซึ่งสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือดแดง
การบริโภคเนื้อนกพิราบในต่างประเทศ
การบริโภค เนื้อนกพิราบ มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในวัฒนธรรมอาหารที่มีความหลากหลายและเน้นความประณีต โดยส่วนมากจะใช้ พิราบที่เลี้ยงเฉพาะเพื่อการบริโภค ซึ่งเรียกว่า Squab (ลูกนกพิราบอายุ 3–4 สัปดาห์) เพราะเนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียว และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าพิราบป่า
ฝรั่งเศส
-
ฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมบริโภคเนื้อ Squab มาก
-
ใช้ในอาหารชั้นสูง เช่น เมนู "Pigeon rôti" (พิราบอบ) หรือ "Pigeon en croûte" (พิราบห่อแป้งอบ)
-
พบในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์และภัตตาคารคลาสสิก
อิตาลี
-
นิยมเสิร์ฟเนื้อนกพิราบในเมนูพื้นเมือง เช่น "Piccione arrosto" (พิราบย่าง)
-
ใช้ในงานเทศกาลหรืออาหารมื้อพิเศษ
-
มักตุ๋นกับสมุนไพร ไวน์แดง และผักราก
จีน
-
จีนบริโภคเนื้อพิราบในหลายรูปแบบ เช่น:
-
พิราบอบเกลือ
-
ซุปพิราบตุ๋นยา ซึ่งเชื่อว่าบำรุงร่างกาย
-
-
นิยมบริโภคตามภัตตาคารจีนหรือในพิธีมงคล
-
มีการเลี้ยงเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย
อียิปต์
-
เมนูชื่อดัง: "Hamam Mahshi" (พิราบยัดไส้ข้าวและเครื่องเทศ)
-
ถือเป็นอาหารประจำชาติและใช้ในงานเฉลิมฉลอง
-
มักย่างหรือทอดทั้งตัว
พิราบยัดไส้
นกพิราบ ในประเทศไทย
สายพันธุ์นกพิราบที่พบมากสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
1. พิราบบ้าน (Feral Pigeon หรือ Rock Dove)
-
พบมากที่สุดในเมืองและวัด
-
เป็นสายพันธุ์ลูกผสมของพิราบเลี้ยงที่หลุดออกมาในธรรมชาติ
-
ลักษณะ: สีเทา น้ำเงิน หรือดำ ลายปีกเป็นแถบ
-
ไม่แนะนำให้บริโภค เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรค โลหะหนัก หรือพยาธิจากสิ่งแวดล้อม
2. พิราบแข่ง (Racing Homer)
-
นิยมเลี้ยงเพื่อกีฬาแข่งบิน และเป็นงานอดิเรก
-
ลักษณะ: ตัวเพรียว กล้ามเนื้อดี บินเก่ง มีสายเลือดเฉพาะ
-
สามารถบริโภคได้ หากเลี้ยงในระบบฟาร์มสะอาด
-
อย่างไรก็ตาม เนื้อไม่มากเท่าสายพันธุ์ที่เลี้ยงเฉพาะเพื่อกิน
3. พิราบเนื้อ (Meat Pigeon)
-
พันธุ์ที่ถูกคัดเลือกเพื่อเลี้ยงเป็นอาหารโดยเฉพาะ
-
เริ่มมีฟาร์มเชิงพาณิชย์ในไทยเลี้ยงพันธุ์เหล่านี้มากขึ้น
-
พันธุ์ที่นิยม:
-
King Pigeon - โตเร็ว ตัวอ้วน เนื้อเยอะ
-
Carneau - เนื้อแน่น รสชาติดี
-
ลูกผสม King × Homer - โตไว แข็งแรง
-
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


