
ลักษณะของ "เบญจกัลยาณี" ความงาม 5 ประการของผู้หญิงตามตำราโบราณ
ในสมัยโบราณ ความงามของผู้หญิงไม่ได้วัดจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงจริยธรรม ความประพฤติ และความสามารถในการดำรงตนในสังคม
โดยเฉพาะในตำราไทยเดิมได้กล่าวถึง "เบญจกัลยาณี" ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของหญิงงามในอุดมคติของไทยที่ควรยึดถือ
คำว่า “เบญจกัลยาณี” มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต โดยคำว่า “เบญจ” หมายถึง ห้า และ “กัลยาณี” หมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ รวมกันจึงแปลว่า หญิงงามพร้อม 5 ประการ

สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงลักษณะของเบญจกัลยาณีโดยอ้างจาก อรรถกถาธรรมบท เรื่องนางวิสาขามหาอุบาสิกา สรุปลักษณะของเบญจกัลยาณีไว้ดังนี้
มีผมยาวเกล้ารัดไว้ที่ท้ายทอยเบื้องหลัง ดั่งกำหางนกยูง เมื่อปล่อยปลายผมตกไปตามลำตัว ปลายผมจะเป็นวงวกช้อนงอนขึ้นเล็กน้อย (ผู้หญิงสมัยพุทธกาลคงนิยมดัดปลายงอน)
เนื้อหุ้มฟันที่เราเรียกกันว่าเหงือกนั้น มีสีแดงเหมือนลูกพลับสด เรียบสนิทติดแนบแน่นอยู่กับฟัน
กระดูกที่ว่าคือฟันที่ขาวเป็นเงาลึกสม่ำเสมอ เรียบสนิทไม่ชิดไม่ห่าง
แม้นเป็นคนผิวดำ ก็ดำสนิทเป็นมันเหมือนบัวเขียว หากเป็นคนผิวขาว ผิวก็ขาวนวลเหมือนสีกลีบดอกกรรณิการ์
ต่อให้มีลูก 10 คน ก็ดูเหมือนมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ความหมายคือถึงจะมีอายุก็ยังกระชุ่มกระชวยเหมือนยังสาว
เบญจกัลยาณี คือภาพลักษณ์ของหญิงงามในอุดมคติตามคติไทยโบราณ ที่มิได้เน้นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงความเรียบร้อย ความงามโดยธรรมชาติ และความอ่อนโยนของผู้หญิง
โดยมีลักษณะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ผมงาม เนื้องาม กระดูกงาม ผิวงาม และวัยงาม ซึ่งล้วนสะท้อนถึงการดูแลตัวเอง ความสะอาด ความอ่อนเยาว์ และสุขภาพดีตามธรรมชาติ
แม้จะเป็นค่านิยมในอดีต แต่แนวคิดของเบญจกัลยาณียังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้ โดยเน้นการดูแลทั้งกาย วาจา ใจ และบุคลิกภาพอย่างกลมกลืน เพื่อให้เกิดความงามจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง