ทำไมเลข 11 กับ 12 ในภาษาอังกฤษ ไม่อ่านว่า "วันทีน" กับ "ทูทีน"?

ทำไมเลข 11 กับ 12 ในภาษาอังกฤษ ไม่อ่านว่า "วันทีน" กับ "ทูทีน"?

ทำไมเลข 11 กับ 12 ในภาษาอังกฤษ ไม่อ่านว่า "วันทีน" กับ "ทูทีน"?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมตัวเลขตั้งแต่ 13 ถึง 19 ในภาษาอังกฤษถึงลงท้ายด้วยคำว่า -teen เช่น thirteen, fourteen, fifteen ฯลฯ

แต่เลข 11 และ 12 กลับกลายเป็น eleven และ twelve ซึ่งดูไม่สอดคล้องกันเลย? เราไปหาคำตอบพร้อมกัน

รากศัพท์จากภาษาอังกฤษโบราณ

คำว่า eleven และ twelve มาจากภาษาอังกฤษเก่า (Old English):

  • Eleven มาจากคำว่า endleofan แปลว่า “หนึ่งที่เหลือหลังจากสิบ”
  • Twelve มาจากคำว่า twelf แปลว่า “สองที่เหลือหลังจากสิบ”

แนวคิดนี้เกิดจากการนับแบบโบราณที่ใช้ “สิบ” เป็นฐาน เมื่อถึง 11 และ 12 จึงใช้คำเฉพาะที่แปลว่ามีจำนวนเกินสิบเล็กน้อย

 slide

แล้ว -teen คืออะไร?

คำลงท้าย -teen มาจากคำว่า tien หรือ tene ซึ่งแปลว่า “สิบ” เช่น:

  • Thirteen = Three + Teen
  • Fourteen = Four + Teen

เหตุผลที่ไม่ใช้ "oneteen" หรือ "twoteen"

  • คำว่า eleven และ twelve มีใช้มาก่อนระบบ "-teen" จะถูกนำมาใช้แพร่หลาย
  • เป็นคำที่สั้นและง่ายต่อการพูดในยุคก่อน
  • เลี่ยงความสับสน เช่น oneteen อาจฟังคล้าย thirteen

12: ตัวเลขพิเศษในวัฒนธรรม

  • มี 12 เดือนใน 1 ปี
  • มี 12 ชั่วโมงในช่วงครึ่งวัน
  • ระบบการค้าแบบโหล: 1 โหล = 12 ชิ้น

ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า twelve มีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมมาก และไม่น่าจะถูกแทนที่ง่ายๆ

บทสรุป

  • Eleven และ Twelve มาจากคำโบราณที่แปลว่า “1 เหลือจากสิบ” และ “2 เหลือจากสิบ”
  • ใช้มาก่อนคำลงท้าย -teen จะถูกนำมาใช้กับตัวเลข 13–19
  • คงไว้เพราะเป็นคำสั้น กระชับ และสำคัญในเชิงวัฒนธรรม

แม้จะดูไม่สอดคล้องกับเลขอื่นๆในภาษาอังกฤษ แต่ทั้ง eleven และ twelve ก็เป็นคำที่สืบทอดมายาวนานและมีเรื่องราวน่าสนใจในตัวเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล