เมียบอล แฉเจ้าชู้ อาบอล โต้โชว์หลักฐาน

เมียบอล แฉเจ้าชู้  อาบอล โต้โชว์หลักฐาน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากออกมาตอบโต้กันระหว่างตลก บอล เชิญยิ้ม และภรรยา หนู ปานชีวา จากกรณีที่ฝ่ายชายลุกขึ้นมาบอกว่าจะแต่งงานใหม่กับสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น นามว่า ยูริ (สุกานดา พุทธคุณรักษ์) จากนั้นไม่นานฝ่ายหญิงเมียบอลออกสื่อแบบมึน ๆ ว่า เราเลิกกันตอนไหน พร้อมกับแฉพฤติกรรมของบอล เชิญยิ้มให้ได้รู้กันว่า สามีตลกไม่ค่อยได้กลับบ้านอยู่แล้ว

ล่าสุดกลางรายการบอก 9 เล่าสิบ ทางโมเดิร์นไนท์ทีวี ได้เชิญ หนู ปานชีวา ภรรยาของบอลมาประจันหน้ากันจัง ๆ กับจุฑาทิพย์ จำเนียรกุลอาของบอล เชิญยิ้ม ซึ่งมาเป็นตัวแทนหลานชาย โดยมีคำถามจากพิธีกรทั้งสอง มดดำ และ หนุ่ม กรรชัย เป็นคนเปิดประเด็น

โดยภรรยาบอลบอกว่าการที่มาออกรายการครั้งนี้ทำเพื่อลูก เพื่อศักดิ์ของตัวเอง และยืนยันว่าไม่ได้เลิกกับ บอล เชิญยิ้ม แต่อย่างใด พร้อมกับบอกว่าถ้าจะต้องเลิกกันขอเรียกร้องค่าเลี้ยงดูลูกสองคนมากกว่า 1 หมื่นบาทที่เคยได้รับอยู่ตอนนี้

"ที่ผ่านมาหนูยอมทุกอย่างไม่ว่าบอลจะมีใครกี่คน จนอาบอกว่าเราต้องทนนะ พอทนสร็จแล้วเขายังเป็นเหมือนเดิม คือหายไปเป็นปีแล้วก็กลับมาเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ตัวหนูเองรู้ดีแล้วคนในหมู่บ้านรู้ดีหนูมีหลักฐานพยานทุกอย่าง

"ส่วนเรื่องค่าเลี้ยงดูจากเดิมที่ได้หมื่นเดียว จะบอกว่ามันไม่พอ หนูอยู่มา 15 ปีหนูไม่เคยได้อะไรจากเค้า บ้านก็ไม่ใช่ชื่อหนู รถก็ไม่ใช่ชื่อหนู ถ้าหนูไม่ได้อะไรหนูก็ต้องฟ้อง เพราะว่าอย่างที่บอกคือ 1 หมื่นบาทไม่พอกิน แล้วหนูต้องเลี้ยงลูกเอง ค่าน้ำค่าไฟหนูเป็นคนออก แล้วอีกอย่างคือตอนนี้หนูไม่มีงานทำ หนูก็ต้องไปทำงานเองเพื่อหาเงินมาจุนเจือลูกหนู อาจะตอกย้ำหนูเสมอว่าฟ้องไปไม่ได้อะไรหรอกนะหนู

ด้านอาของบอล ตอบโต้แทนหลายชายว่า ที่ผ่านมาบอลเค้าจะโอนเงินมาให้อาตลอดจะช้าหรือเร็วโอนมาแล้วอาจะโอนต่อให้หนู อันนี้มีหลักฐาน คือยังไงบอลเขาไม่ทิ้งลูกอยู่แล้ว และอาของบอลยังยืนยันว่าบอลกับภรรยาได้เลิกกันแล้ว โดยการหยิบสัญญาขึ้นมาแสด

หลังจากนั้นทั้งสองคนได้ตอบโต้ประเด็นเรื่องบ้าน  เพราะภรรยาของบอลบอกว่าก่อนที่ตลกคนดังจะเดินออกจากไปนั้น ได้ลั่นวาจาว่าจะขายบ้าน ขายรถ แต่ภรรยาได้ห้ามไว้และขอไว้ให้ลูกได้มีที่ซุกหัวนอน

หนู: "ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านก็โทรศัพท์มาบอกหนูว่า กูจะขายบ้าน กูจะขายรถ หนูยกมือไหว้เลยบอกบอล....ขอร้องนะ อย่าขายบ้าน ให้ลูกอยู่ ฉันขอ เขาก็บอกว่ามึงไม่ต้องเอาลูกมาอ้าง จนเราก็ให้ลูกชาย โทรคุยกับเขาว่า พ่อ...อย่าขายบ้าน ให้น้องให้แม่อยู่ พ่ออย่าขายนะ"

อา : "หนูจำได้ไหมว่า ที่บอลจะขายบ้าน เพราะหนูโทรมาหาอาบอกว่าจะไม่อยู่แล้ว หนูอายเขา สำนึกความเป็นพ่อคน ถ้าเมียกับลูกจะออกนอกบ้าน ถามหน่อยว่าหนูแค่ออกไปเช่าบ้านอยู่ เขาจะขายบ้านทันทีเลยใช่ไหม ความสำนึกความเป็นพ่อของคน ให้ลูกอยู่ดีกว่า ไม่ว่าจะคิดยังไงก็แล้วแต่ บ้านก็ต้องเป็นของลูก ไม่ใช่จะขายๆ อย่างเดียว"

หนู : หนูต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรเลย แล้วอาไม่ต้องกลัวเลย หนูจะเอาบ้านไปขาย เพราะหนูรู้ว่าอาคิดอะไรอยู่ หนูคงไม่เอาที่ซุกหัวนอนของหนูไปขายหรอก หนูรู้ว่าที่หนูออกมาพูดครั้งนี้ถือว่าเป็นการแตกหัก ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งแค้น หนูยอมทุกอย่าง ยอมจนไม่มีแรงจะต่อสู้ สภาพหนูตอนนี้มันแย่มากใจสลายหมดแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องไป ทุกวันนี้ที่เขาพาผู้หญิงออกรายการ เราก็ทำใจ เพราะคิดว่าเดี๋ยวเขาคงกลับเหมือนที่แล้วๆ มา ที่ผ่านมาหนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะแต่งกับใครหรือเปล่า แต่ก็เคยได้ยินว่าเขาจะไปหมั้นกับผู้หญิง ซึ่งไม่ใช่คนนี้ด้วย"

ประเด็นเรื่องลูกทั้งสองคน

หนู : "หนูบอกแล้วว่าลูกหนู หนูไม่ทิ้ง หนูเคยพูดกับพี่สาวด้วยนะว่า ยอมขายตัวเลี้ยงลูก หนูก็ยอมทุกอย่าง หนูถามหน่อยถ้าพ่อของลูกไม่เลี้ยง หนูก็ต้องกัดปากตีนถีบเลี้ยงลูกหนูเอง แต่ถ้าทุกคนแบนงานคุณบอลหมด หนูก็ไม่ได้สะใจ ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น หนูอยากให้ทุกคนมองเขาเป็นคนดี เลี้ยงลูกเมีย ความดีเขายังมีอยู่ หนูกะแค่พูดแค่ตรงนี้ แต่ ณ ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปแล้ว"

อยากให้เรื่องนี้มีจุดจบอย่างไรพิธีีกรทั้งสองคนถามทั้งฝ่ายภรรยาและอาของบอล

อา : "อาอยากให้หนูกลับไปคิด เพราะทุกวันนี้อาและบอลยังช่วยเหลือหนูอยู่ ยังถามสารทุกข์สุกดิบ แต่หนูเป็นคนทวงที่จะเอาเงินช่วงนี้ อาไม่ทิ้ง ณ ต่อไปนี้อาไม่ทิ้ง บอลจะส่งเสียเหมือนเดิม"

หนู: "บอลจะไปแต่งงานกับใคร จะแต่งใหญ่โตแค่ไหนหนูไม่สนใจ หนูต้องการแค่เงินและความมั่นคงของลูกเท่านั้น เวลาที่หนูเสียไป15 ปี หนูไม่เคยได้อะไรจากเขา และจะไม่ฟ้องร้อง แต่ถ้าไม่ได้หนูจะฟ้องในสิทธิ์ที่ควรจะได้และลูกควรจะได้"