เหมือนฟ้าถล่ม เป็นพ่อมา 10 ปี เพิ่งรู้ว่าตัวเอง "มีลูกไม่ได้" แล้วเด็กๆ ที่เลี้ยงมา เมียท้องกับใคร?

เหมือนฟ้าถล่ม เป็นพ่อมา 10 ปี เพิ่งรู้ว่าตัวเอง "มีลูกไม่ได้" แล้วเด็กๆ ที่เลี้ยงมา เมียท้องกับใคร?

เหมือนฟ้าถล่ม เป็นพ่อมา 10 ปี เพิ่งรู้ว่าตัวเอง "มีลูกไม่ได้" แล้วเด็กๆ ที่เลี้ยงมา เมียท้องกับใคร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายวัย 50 ตรวจดีเอ็นเอเพราะสงสัย "ลูกหน้าไม่เหมือนตนเอง" พบความจริงสุดสะเทือนใจ เขาไม่ใช่พ่อแท้ของเด็กทั้งสองคน เพราะเป็นหมันจากโรคทางพันธุกรรม ที่ไม่เคยรู้มาก่อน!

นายเหงียน เกียน (Nguyễn Kiên) ชายชาวเวียดนามอายุ 50 ปี จากกรุงฮานอย ผู้มีชีวิตครอบครัวที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบมาตลอด 10 ปี ต้องพบกับความจริงที่พลิกผันชีวิตครั้งใหญ่ หลังตัดสินใจพาลูกทั้งสองไปตรวจดีเอ็นเอเพราะเริ่มสงสัยว่า ลูกชายวัย 10 ขวบ และลูกสาววัย 7 ขวบของเขานั้น ดูไม่ค่อยมีลักษณะคล้ายเขาเลย

และหลังจากผลดีเอ็นเอถูกเปิดเผยก็ทำให้เขาช็อกจนแทบล้มทั้งยืน เพราะการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมยืนยันว่า เด็กทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเขาโดยตรง นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิเคราะห์พันธุกรรมที่เขาเข้ารับการตรวจ ได้แนะนำให้เขาเข้ารับการตรวจโครโมโซมเพิ่มเติม (Karyotype test) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ผลตรวจรอบนี้ยิ่งสะเทือนใจหนักขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าเขาป่วยเป็น "กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์" (Klinefelter syndrome) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้ยาก โดยผู้ชายที่เป็นโรคนี้จะมีโครโมโซม X เกินมาหนึ่ง แทนที่จะเป็น XY แบบปกติ จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตอสุจิได้ตามธรรมชาติ และส่งผลให้เป็นหมันแต่กำเนิด ไม่สามารถมีลูกตามธรรมชาติได้

เสียงจากผู้เชี่ยวชาญ "ไคลน์เฟลเตอร์" โรคที่หลายคนไม่รู้ว่ามีอยู่ในตัว

นพ. ฮา ง็อก มานห์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวียดนาม-เบลเยียม ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยาก เปิดเผยว่า กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์มักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อต้องการมีลูกแล้วพบว่าไม่สามารถมีได้ตามธรรมชาติ

“ผู้ป่วยมักจะมีอัณฑะขนาดเล็ก ฮอร์โมนเพศชายต่ำ และไม่สามารถสร้างอสุจิได้ตามปกติ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย ซึ่งพบได้ประมาณ 3% ของผู้ป่วยภาวะมีบุตรยากชาย” นพ.มานห์กล่าว

แม้จะไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิ แต่ทางการแพทย์ยังมีเทคโนโลยีช่วยเหลือสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ นั่นคือ การผ่าตัดหาตัวอสุจิจากเนื้อเยื่ออัณฑะด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Micro TESE) ซึ่งหากพบอสุจิแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถนำมาใช้ในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ร่วมกับไข่ของภรรยาได้

บทสรุปที่เลือก เมื่อสายเลือดไม่ใช่ทุกอย่างในความเป็น "พ่อ"

“ตอนฟังผล เขาเงียบไปสักพัก ไม่ร้องไห้ ไม่โกรธ เขาแค่ถามว่า ‘แล้วใครคือพ่อที่แท้จริงของลูกผม?’”   พันเอกฮา กว๊อก คานห์ อดีตรองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์อาชญากรรม (กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของบริษัทวิเคราะห์พันธุกรรม ซึ่งเป็นผู้ทำการทดสอบดีเอ็นเอให้กับนายเกียนโดยตรง เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น

คำตอบนั้น... อาจมีเพียงแม่ของเด็กเท่านั้นที่รู้ และวันนี้สำหรับนายเกียน คำตอบว่าใครคือพ่อแท้จริงของลูก อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกต่อไป สิ่งที่ทำให้เขาช็อกยิ่งกว่า ก็คือความจริงเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง บางสิ่งที่ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยล่วงรู้เลย

แม้ความจริงจะเปิดเผยว่า นายเหงียนไม่ได้เป็นพ่อโดยสายเลือดของเด็กทั้งสอง และตัวเองก็ไม่สามารถมีลูกได้ แต่นั่นเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจริงหรือ? ในเมื่อความรัก ความเอาใจใส่ และความผูกพันตลอดกว่าทศวรรษที่อยู่ร่วมกันสิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ครบถ้วน เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายเลือด แต่เกิดจากหัวใจของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริง

บางทีสายเลือดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “ครอบครัว” แต่สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้คำนี้มีความหมายอย่างแท้จริง คือความรักต่างหาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล