ภาพสะพรึง! สิ่งแปลกปลอมใน "หอยแครง" กูรูชี้ไม่ใช่พยาธิ แต่เจอแบบนี้ควรหยุดกินทันที

ภาพสะพรึง! สิ่งแปลกปลอมใน "หอยแครง" กูรูชี้ไม่ใช่พยาธิ แต่เจอแบบนี้ควรหยุดกินทันที

ภาพสะพรึง! สิ่งแปลกปลอมใน "หอยแครง" กูรูชี้ไม่ใช่พยาธิ แต่เจอแบบนี้ควรหยุดกินทันที
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผงะ! เจอสิ่งแปลกปลอมในหอยแครง ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงเชื้อโรค แนะเลี่ยงการบริโภคดิบเด็ดขาด

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kanokwan St โพสต์ภาพลงในกลุ่ม "ข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง" เป็นภาพของหอยแครงที่มีสิ่งแปลกปลอมสีขาวอยู่ภายใน พร้อมข้อความระบุว่า "ซื้อหอยแครงแห่งหนึ่งมา ว่าจะกินแต่เอะใจ มีอะไรขาวๆ อยู่ในหอยแครง เห็นแล้วกินไม่ลง ทุกคนว่ามันคืออะไรอยู่ในหอยแครง?"

โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อและตั้งคำถามในหมู่ชาวเน็ตว่า สิ่งที่พบในหอยแครงนั้นคืออะไร และมีอันตรายหรือไม่ กระทั่งเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า "Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต" ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า สิ่งแปลกปลอมที่เห็นในภาพนั้น ไม่ใช่ปรสิตหรือหนอนพยาธิ แต่มีลักษณะใกล้เคียงกับไข่แมลงวัน อย่างไรก็ตาม การพบลักษณะผิดปกติในอาหารทะเลเช่นนี้ ควรหยุดบริโภคทันที เพราะหอยแครงดิบถือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

หอยแครง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Anadara granosa) เป็นอาหารทะเลที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในรูปแบบลวกแบบสุกๆ ดิบๆ หรือดิบโดยตรง อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางวิชาการพบว่าหอยแครงอาจเป็นพาหะนำโรคและสารปนเปื้อนหลายชนิดที่อันตรายต่อมนุษย์ ดังนี้

1. เชื้อแบคทีเรียในสกุล Vibrio

  • Vibrio cholerae: ตรวจพบในหอยแครงสดจากตลาดในมาเลเซีย อาจเป็นสาเหตุของโรคอหิวาตกโรค

  • Vibrio parahaemolyticus: พบในหอยแครงจากชายฝั่งภาคใต้ของไทย เป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ

  • Vibrio vulnificus: เชื้อชนิดนี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

2. ไวรัสตับอักเสบ

  • มีรายงานพบการปนเปื้อนของไวรัสตับอักเสบเอ (HAV) และไวรัสตับอักเสบอี (HEV) ในหอยแครงจากฟาร์มเพาะเลี้ยงและตลาดค้าปลีกในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกรุงเทพมหานคร สาเหตุหลักมาจากน้ำเสียที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ

3. พยาธิและปรสิต

  • Nematopsis sp. และปรสิตอื่นๆ ถูกตรวจพบในหอยแครงจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ช่องแคบมะละกา ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคในมนุษย์หากบริโภคโดยไม่ปรุงให้สุก

4. จุลินทรีย์จากการปนเปื้อนของน้ำเสีย

  • การศึกษาพบว่าหอยแครงจากชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซียมีการปนเปื้อนของเชื้อ Escherichia coli และ Salmonella spp. ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร

5. สารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม

  • พบการสะสมของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว (Pb) และแคดเมียม (Cd) ในหอยแครงจากบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

  • มีการตรวจพบไมโครพลาสติกในหอยแครงจากชายฝั่งประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันทั้งในหอยและในมนุษย์ที่บริโภคเข้าไป

ส่วนคำแนะนำในการบริโภคหอยแครงอย่างปลอดภัย คือ หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยแครงดิบหรือปรุงไม่สุก, ควรปรุงให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง, เลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐานและมีการควบคุมด้านสุขอนามัย

กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้บริโภคอาหารทะเล โดยเฉพาะเมนูหอยแครงที่หลายคนนิยมรับประทานแบบไม่ผ่านการปรุงให้สุกเพียงพอ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อและบริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อหรือรับสารปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล