สาวป่วยไซนัสเรื้อรัง 7 ปี เชื่อสาเหตุเพราะแฟนเก่า "ตดใส่หน้า" หมอฟังแล้วส่ายหน้า

สาวป่วยไซนัสเรื้อรัง 7 ปี เชื่อสาเหตุเพราะแฟนเก่า "ตดใส่หน้า" หมอฟังแล้วส่ายหน้า

สาวป่วยไซนัสเรื้อรัง 7 ปี เชื่อสาเหตุเพราะแฟนเก่า "ตดใส่หน้า" หมอฟังแล้วส่ายหน้า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาวป่วยไซนัสอักเสบเรื้อรัง 7 ปี เชื่อสาเหตุเพราะแฟนเก่า "ตดใส่หน้า" หมอฟังแล้วส่ายหน้า ตอบด้วยหลักการแพทย์

หญิงชาวอเมริกันรายหนึ่งกลายเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ หลังออกมาเล่าว่าเธอป่วยไซนัสอักเสบเรื้อรังนานถึง 7 ปี และพบว่าเชื้อที่อยู่ในโพรงจมูกคือ อีโคไล (E. coli) ซึ่งมักพบในลำไส้ ไม่ใช่ในระบบทางเดินหายใจ เธอเชื่อว่าสาเหตุมาจากเหตุการณ์ที่ อดีตแฟนหนุ่มตดใส่หน้า ขณะเธอกำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดหัวเข่า

คริสติน คอนเนล (Christine Connell) เล่าว่า หลังผ่าตัดหัวเข่า เธอมีอาการคัดจมูก ปวดหน้า และติดเชื้อไซนัสซ้ำซาก รักษาด้วยยาปฏิชีวนะก็ไม่ดีขึ้น จนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องโพรงจมูก

ผลตรวจพบว่า เนื้อเยื่อภายในจมูกของเธอติดเชื้ออีโคไล ซึ่งทำให้เธอหวนคิดถึงเหตุการณ์ในโรงแรม ที่แฟนเก่าผายลมใส่หน้าเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอเชื่อว่านั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อ

ตดที่เหม็นที่สุด

คริสติน คอนเนล เล่าว่า หลังผ่าตัดหัวเข่า ขณะพักฟื้นกับแฟนเก่าในโรงแรม ซึ่งเขาได้หันหลังและผายลมใส่หน้าของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะที่กำลังขึ้นเตียง และเธอก็ไม่สามารถขยับตัวหลบได้เพราะอยู่ในช่วงพักฟื้นจากการผ่าตัด

คริสตินกล่าวในคลิปว่า “มันเป็นกลิ่นตดที่แย่ที่สุดในชีวิตของฉัน เขาไม่ได้ตั้งใจตดใส่หน้าฉัน แต่แค่หันหลังมาในจังหวะที่ฉันนอนอยู่ตรงทางนั้นพอดี”

เธอเชื่อว่าขณะนั้นระบบภูมิคุ้มกันของเธออ่อนแอเพราะร่างกายกำลังซ่อมแซมหัวเข่าจากการผ่าตัด จึงทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น “ถ้าเป็นตอนที่ฉันแข็งแรง เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น” เธอกล่าว และเสริมว่า “บางทีเหตุการณ์แบบนี้อาจพบได้บ่อยในรูปแบบอื่น เช่น เยื่อบุตาอักเสบ จากการโดนตดใส่หน้า”

แม้เธอยอมรับว่าความคิดของเธอฟังดูแปลกประหลาด แต่มันก็สอดคล้องกับอาการและผลวินิจฉัยของเธอ ซึ่งตลอด 7 ปีที่ผ่านมาเธอมีอาการคัดจมูก ปวดใบหน้า และติดเชื้อซ้ำซาก ทั้งที่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและสเปรย์จมูกจากแพทย์ถึง 4 คน แต่ก็ไม่ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญชี้ “แก๊สตด” ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง

ศาสตราจารย์แฟรงคลิน โจเซฟ (Franklin Joseph) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ยืนยันว่า เป็นไปได้น้อยมาก ที่การสูดดมแก๊สจากการผายลมจะทำให้ติดเชื้อไซนัส เพราะก๊าซไม่มีแบคทีเรีย ยกเว้นจะมีการสัมผัสโดยตรง เช่น ผ่านมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือเลือด

อีโคไลมักแพร่ผ่านอาหาร น้ำ หรือสิ่งปนเปื้อน ไม่ใช่ผ่านอากาศหรือแก๊สจากลำไส้ พร้อมย้ำว่า “ต่อให้นอนเตียงเดียวกันก็ไม่มีทางติดเชื้อไซนัสจากตดของอีกฝ่ายได้”

เขาเสริมว่า ถึงแม้ในบางกรณีที่ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำหรือสุขอนามัยไม่ดี เชื้อแปลกปลอมอาจเข้าถึงตำแหน่งที่ไม่ปกติได้ แต่ในกรณีของคริสติน สาเหตุของไซนัสอักเสบอาจไม่ใช่อีโคไลโดยตรง แต่อาจเพียงบังเอิญพบในระหว่างการตรวจรักษา

เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “กรณีนี้น่าสนใจ แต่อย่ากังวลเกินไป คนเราอยู่ห้องเดียวกัน หรือแม้แต่นอนเตียงเดียวกัน ก็ไม่ติดเชื้อไซนัสอักเสบจากตดของอีกฝ่าย”

CDC เตือนวิธีป้องกันเชื้ออีโคไล

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า อีโคไลส่วนใหญ่ไม่ก่อโรค แต่บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดท้องเสีย ปัสสาวะอักเสบ ปอดอักเสบ หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยปกติเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการกิน ดื่ม หรือมือที่สัมผัสสิ่งปนเปื้อนแล้วแตะจมูกหรือปาก

แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าตดเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อ แต่สาวรายนี้ยังคงเชื่อว่าเหตุการณ์วันนั้นคือจุดเริ่มต้น พร้อมบอกว่า “นี่คือการล้างแค้นหลังเลิกที่รุนแรงที่สุดในชีวิต”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล