น้ำท่วมสงขลาตาย30-ที่เกษตรจมกว่าแสนไร่

น้ำท่วมสงขลาตาย30-ที่เกษตรจมกว่าแสนไร่
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา สรุป ความเสียหาย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งแล้วจำนวน 30 คน บาดเจ็บ 82 คน โดยพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เสียชีวิตมากที่สุด 14 คน สำหรับพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 140,000 ไร่ ประเมินเป็นตัวเงินนาข้าว 902 ล้านบาท และสวนยางพารา 361 ล้านบาท ด้านปศุสัตว์ยังไม่มีตัวเลข จำนวนปศุสัตว์ ที่ได้รับ ความเสียหาย



ขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วม ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยังคงมีเพียงบางพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่ม และอยู่ริมคลอง ขณะที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม จ.นครศรีธรรมราช เร่งสรุปยอดความเสียหาย จากเหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ว่า ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ 22 อำเภอ จาก 23 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 40,000 ครัวเรือน ความเสียหายเบื้องต้น 50 ล้านบาท โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย จากเหตุการณ์น้ำท่วมในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ทาง อบจ. ได้เตรียมงบเพิ่ม 26 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย สถานการณ์อย่างเร่งด่วน ส่วนสถานการณ์น้ำรอบนอกตัวเมือง นครศรีธรรมราชนั้น ยังคงมีน้ำท่วมขังทุกอำเภอ ระดับน้ำโดยทั่วไป น้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และยังคงมีฝนตกหนักทั่วไปประมาณ 70-80 % อย่างไรก็ตาม มีการประกาศเตือนตั้งแต่วันที่ 7-9 นี้ จะมีฝนตกหนักอีกระลอกหนึ่ง



ส่วน สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดตรัง น้ำที่ไหลหลากมาทางฝั่งทิศตะวันออก จากเทือกเขาบรรทัด และน้ำที่ไหลหลากมาทางฝั่งทิศเหนือ จากแม่น้ำตรัง ยังคงเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณที่ราบลุ่ม ทั้งบ้านเรือน สถานที่ราชการ และพื้นที่ทางการเกษตร ในอำเภอเมืองตรัง เช่น ตำบลบางรัก ตำบลนาตาล่วง ตำบลหนองตรุด และในอำเภอกันตัง เช่น ตำบลบางหมาก ตำบลควนธานี ตำบลโคกยาง

ทั้งนี้ จังหวัดตรัง สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 9 อำเภอ 9 เทศบาล 64 ตำบล 432 หมู่บ้าน มีราษฎรประสบภัย 20,800 ครัวเรือน 60,000 คน และเสียชีวิต 3 คน สำหรับพื้นที่ทางการเกษตร ที่ได้รับผลกระทบ รวมมูลค่าความเสียหาย 3,060,000 บาท นอกจากนั้น ยังมีถนน 60 สาย และสะพาน 13 แห่ง ที่ได้รับความเสียหายด้วย


ด้าน พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การกระจายโลหิตในพื้นที่น้ำท่วม ขณะนี้ได้กระจายไปตามปกติ คำนึงถึงความเพียงพอใจพื้นที่ เนื่องจากพบว่า โรงพยาบาลบางแห่งได้รับความเสียหาย ตู้แช่โลหิตชำรุด จึงต้องแจกจ่ายโลหิตให้เพียงพอกับความต้องการเพื่อป้องกันโลหิตเสีย

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ได้มีภาคบริการโลหิตที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำหน้าที่จัดเก็บโลหิตอย่างดี รอดพ้นจากถูกน้ำท่วม เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ได้ส่งโลหิตไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จำนวน 60 ยูนิต เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลอื่น เมื่อจำเป็น อย่างไรก็ดี สถานการณ์ขณะนี้ การแจกจ่ายโลหิตพบปัญหาโลหิตไม่เพียงพอ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต เพื่อนำโลหิตกระจายไปโรงพยาบาล ที่ประสบภัยน้ำท่วมและสะสมเป็นโลหิตสำรองใช้ในยามฉุกเฉิน



ขณะที่ เกิดเหตุภูเขาหินถล่ม ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง น้ำหนักกว่า 10 ตัน ได้พังถล่มลงมาใกล้บ้านเรือน ของชาวบ้านประมาณ 10 เมตร โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากช่วงระยะเวลาดังกล่าวชาวบ้านกำลังออกไปรับถุงยังชีพที่บริเวณศาลาประชาคม


ด้าน น.พ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมเจ็บป่วย รวม 36,906 ราย ด้วยโรคน้ำกัดเท้ามากที่สุด 10,128 ราย รองลงมาเป็นไข้หวัด 9,276 ราย นอนไม่หลับ, เครียด 5,623 ราย ปวดข้อ-กล้ามเนื้อ 4,278 ราย รวมทั้งโรคระบบผิวหนัง และอื่นๆ