ยลโฉม รัชทายาทฝาแฝดแห่งโมนาโก สายเลือด "เจ้าหญิงเกรซ" ดาราสาวงามตำนานฮอลลีวูด

ยลโฉม รัชทายาทฝาแฝดแห่งโมนาโก สายเลือด "เจ้าหญิงเกรซ" ตำนานดาราสาวฮอลลีวูดสู่เจ้าหญิงแห่งโมนาโก ที่มีจุดจบแสนเศร้า
เมื่อพูดถึงราชวงศ์ยุโรปที่ทั้งสง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ "ราชวงศ์โมนาโก" คือหนึ่งในนั้น โดยเฉพาะทายาทฝาแฝดแห่งราชวงศ์ที่กำลังเติบโตอย่างงดงามอย่าง เจ้าชายฌาคส์ และ เจ้าหญิงกาเบรียลลา ซึ่งเป็นสายเลือดโดยตรงของ เจ้าหญิงเกรซ เคลลี ดาราฮอลลีวูดผู้กลายเป็นเจ้าหญิงตัวจริง
เจ้าชายฌาคส์ โอเนเร เรนิเย (Jacques Honoré Rainier) และ เจ้าหญิงกาเบรียลลา เทเรซา มารี (Gabriella Thérèse Marie) ประสูติเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2014 ที่โรงพยาบาล Princess Grace Hospital Centre ในโมนาโก ซึ่งตั้งชื่อตามเสด็จปู่และเสด็จย่าของทั้งสองพระองค์ คือ เจ้าชายเรนีเยร์ที่ 3 และ เจ้าหญิงเกรซ เคลลี
แม้เจ้าหญิงกาเบรียลลาจะประสูติก่อนเพียง 2 นาที แต่ตามกฎสืบราชบัลลังก์ของโมนาโก เจ้าชายฌาคส์ ซึ่งเป็นเพศชาย จึงได้รับสถานะเป็น รัชทายาทอันดับหนึ่ง และได้รับพระอิสริยยศว่า มาร์คีส์แห่งโบซ์ (Marquis of Baux)

สายเลือดแห่งความสง่างาม
ทั้งสองพระองค์เป็นโอรสและธิดาใน เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 แห่งโมนาโก และ เจ้าหญิงชาร์ลีน อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติแอฟริกาใต้ผู้เคยเข้าร่วมโอลิมปิก ซึ่งเสกสมรสกับเจ้าชายอัลแบร์ในปี 2011 ทั้งเจ้าชายฌาคส์และเจ้าหญิงกาเบรียลลาเติบโตขึ้นมาอย่างเรียบง่ายตามวัย ทั้งสองพระองค์ได้รับการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นจากทั้งเจ้าชายอัลแบร์และเจ้าหญิงชาร์ลีน พร้อมความตั้งใจที่จะให้ลูก ๆ มีชีวิตวัยเด็กอย่างปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2025 เจ้าชายฌาคส์และเจ้าหญิงกาเบรียลลา เข้าร่วมพิธีศีลมหาสนิทครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพิธีสำคัญของคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก โดยพระราชวังได้เผยแพร่ภาพครอบครัวอบอุ่นผ่านอินสตาแกรมของราชวงศ์
ศีลมหาสนิทครั้งแรก หรือ First Holy Communion เป็นพิธีที่เด็กคาทอลิกจะได้รับขนมปังและเหล้าองุ่นที่เชื่อว่าเป็นกายและโลหิตของพระเยซูคริสต์ เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาที่ลึกซึ้งขึ้นต่อพระเยซูและศาสนจักร
ในพิธีนี้ เจ้าชายฌาคส์ (รัชทายาทแห่งราชวงศ์) และเจ้าหญิงกาเบรียลลา ทรงสวมชุดคลุมสีขาวยาวและสร้อยคอทองคำ ดูน่ารักและสง่างาม ทั้งสองพระองค์ยิ้มแย้มขณะถ่ายภาพร่วมกับสมเด็จพระราชาอัลแบร์ที่ 2 และเจ้าหญิงชาร์ลีน พระบิดาและพระมารดา
แม้ทั้งสองพระองค์จะปรากฏตัวในงานสาธารณะเป็นครั้งคราว แต่โดยรวมแล้วก็เติบโตขึ้นอย่างเรียบง่าย และยังคงมีความผูกพันในครอบครัวอย่างแน่นแฟ้น

ทายาทสายตรง "เจ้าหญิงเกรซ แห่งโมนาโก"
เกรซ เคลลี เป็นนักแสดงหญิงที่งดงามและมีความสามารถที่สุดคนหนึ่งของศตวรรษที่แล้ว ฮอลลีวูดให้ความสนใจในตัวสาวผมบลอนด์ตั้งแต่แรกเริ่ม ปี 1951 ขณะอายุ 22 ปี เธอได้รับบทเล็กๆ ครั้งแรกในเรื่อง Fourteen Hours เรื่องถัดมาเมื่อได้ประกบคู่กับแกรี คูเปอร์ใน High Noon (1952) เกรซ เคลลีก็แจ้งเกิดในวงการทันที และในปี 1955 เธอสามารถคว้ารางวัลออสการ์ ฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Country Girl (1954)
ทว่าความสำเร็จครั้งใหญ่ในแวดวงการแสดงของเธอมาจากการหนุนนำของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อคเป็นหลัก ราชาหนังระทึกขวัญลุ่มหลงในความงดงามของเธอเป็นพิเศษ จึงหยิบยื่นโอกาสให้เธอแสดงในหนังของเขา ไม่ว่า Dial M for Murder (1954) Rear Window (1954) หรือ To Catch a Thief (1955)
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ปี 1955 ที่นับเป็นปีทองของเธอในวงการบันเทิงนั้น ยังเป็นปีที่เกรซ เคลลีต้องพบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตด้วยเช่นกัน เมื่อนักข่าวในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จัดให้มีการพบกันระหว่างนักแสดงสาวกับ เจ้าชายเรนีเยร์ที่ 3 แห่งโมนาโก เจ้าชายทรงชื่นชมหลงใหลในดาราสาวมาก ขนาดเสด็จไปสหรัฐอเมริกาในปีเดียวกันนั้น เพื่อใช้เวลาช่วงเทศกาลคริสต์มาสอยู่กับครอบครัวของเคลลี
และในวันที่ 19 เมษายน 1956 เกรซและเจ้าชายเรนีเยร์เข้า พิธีเสกสมรสแห่งศตวรรษ ที่วิหารเซนต์ นิโคลัสแห่งโมนาโก จากเจ้าหญิงแห่งวงการมายา เธอก็กลายเป็นเจ้าหญิงกราเซีย แพตริเซียในโลกความจริง

จุดจบแสนเศร้าของเจ้าหญิง
โศกนาฏกรรมจากอุบัติเหตุในปี 1982 ทำให้เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันแบบไม่มีข้อสรุป ทุกวันนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมเธอจึงขับรถบนถนนสายแคบจากลา ตูร์บีไปโมนาโคด้วยความเร็วเกินลิมิต มีคนสันนิษฐานว่าเธออาจมีอาการของโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน บ้างว่าเธออาจจะทะเลาะกับเจ้าหญิงสเตฟานีจนไม่มีสมาธิในการขับรถ หรือบ้างก็ว่าพระธิดาวัย 17 พรรษานั่งตำแหน่งคนขับเสียเอง
เจ้าหญิงสเตฟานีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ส่วนเจ้าหญิงเกรซมีอาการบาดเจ็บที่กระดูกเชิงกราน และศีรษะถูกกระแทกอย่างแรง ชาวไร่คนหนึ่งที่ผ่านไปตรงจุดนั้นได้นำตัวเธอออกจากซากรถ จากนั้นเธอถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลกลางปรินเซส เกรซ แต่อาการบาดเจ็บของเธอสาหัส
กระทั่งตอนค่ำของวันที่ 14 กันยายน สองเดือนก่อนวันคล้ายวันเกิดปีที่ 53 คณะแพทย์ได้ทำการถอดเครื่องช่วยหายใจจากร่างของเจ้าหญิงกราเซีย แพตริเซีย ตามพระประสงค์ของเจ้าชายเรนิเยร์
พิธีพระศพจัดในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1982 พระศพ เจ้าหญิงเกรซ ถูกฝัง ณ วิหารเซนต์นิโคลัส เจ้าชายเรนีเยร์ที่ 3 ไม่ได้แต่งงานใหม่ และเมื่อเจ้าชายสิ้นพระชนม์เมื่อ ค.ศ. 2005 ก็ได้นำพระศพมาฝังไว้เคียงข้างเจ้าหญิงเกรซ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี