โดนหาว่า "ท้อง AI" สาวครรภ์ใหญ่ผิดปกติ ทั้งที่ไม่ใช่แฝด เฉลยหลังคลอดเด็กตัวแค่ไหน

ชาวเน็ตหาว่า "ท้อง AI" สาวตั้งครรภ์ท้องใหญ่ผิดปกติ ทั้งที่มีทารกคนเดียวไม่ใช่แฝด รู้ความจริงแล้วสงสาร
หญิงสาววัย 22 ปี จากเมืองคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ ชื่อว่า ลอเรน เดรเปอร์ รู้สึกดีใจอย่างมากเมื่อทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 4 แต่เนื่องจากขนาดท้องที่ใหญ่ผิดปกติ ทำให้เธอถูกผู้คนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องหลอกลวง บางคนถึงกับล้อว่าในท้องของเธอเหมือนมี “เพนต์เฮาส์หรูอยู่ข้างใน” กระทั่งเมื่ออายุครรภ์ได้ 24 สัปดาห์ เธอสังเกตว่าลูกดิ้นน้อยลงจึงไปตรวจอัลตราซาวด์ และถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค น้ำคร่ำมากเกิน (Polyhydramnios) ซึ่งเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
ตามรายงานของ New York Post ระบุว่า ภาวะน้ำคร่ำมากเกิน คือการที่มีน้ำคร่ำในมดลูกมากผิดปกติ ส่งผลให้หน้าท้องขยายใหญ่เกินไป และเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ หรือสายสะดือย้อยออกมาก่อน เมื่ออายุครรภ์ถึง 29 สัปดาห์ ลอเรนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก เช่น เดินลำบาก พลิกตัวบนเตียงก็ลำบาก และเมื่อถึง 31 สัปดาห์ แพทย์ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงสายสะดือย้อย จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
ลอเรนเล่าว่า “ตอนนั้นท้องฉันใหญ่มากจนทุกคนหันมองที่ท้องก่อนมองหน้าฉัน” มีคนแปลกหน้าถามว่า “คุณท้องลูกกี่คน?” “ในนั้นคืออะไร? ห้องเพนต์เฮาส์เหรอ?” บางคนถึงขั้นคิดว่าเธอเป็นภาพปลอมที่สร้างโดย AI
เมื่อถึงสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์ ท้องของเธอใหญ่จนคนทั่วไปคิดว่าเธอท้องลูกแฝดสี่ แต่จริง ๆ แล้วมีเพียงทารกคนเดียว แพทย์ให้ฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อกระตุ้นพัฒนาการปอดของทารก แต่แรงดันจากน้ำคร่ำที่มากเกินไปทำให้ซี่โครงของเธอมีรอยฟกช้ำ เจ็บปวดอย่างมาก “ซี่โครงฉันช้ำหมด เจ็บมาก แค่แตะก็เจ็บ”
กระทั่งเวลา 03.29 น. ของวันที่ 6 มกราคม ขณะอายุครรภ์ 34 สัปดาห์ 4 วัน ลอเรนมีอาการตกเลือดกะทันหัน ถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดด่วน แพทย์พบว่าเธอมีภาวะ รกหลุดก่อนกำหนด (Placental abruption) ซึ่งหากไม่รักษาทันเวลา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และลูก การผ่าตัดครั้งนี้เสียเลือดถึง 5 ลิตร และเธอเพิ่งได้เห็นหน้าลูกสาวครั้งแรกหลังคลอด 7 ชั่วโมง

ลอเรนตั้งชื่อลูกสาวว่า “โอลีฟ (Olyve)” น้ำหนักแรกคลอดประมาณ 2.76 กิโลกรัม แต่ตอนคลอดไม่มีการหายใจ ร่างกายมีสีม่วง เธอกล่าวด้วยความหวาดกลัวว่า “หมอบอกว่าเธอไม่หายใจเลย ฉันตกใจมาก” ปัจจุบัน โอลีฟยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากมีปัญหาการหายใจ แต่ลอเรนยังเชื่อมั่นว่า ลูกสาวจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้
เธอเผยว่าเคยแท้งลูกมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2022 จึงถูกจัดเป็นผู้ตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูงตั้งแต่เริ่มต้น แถมตอนท้องลูกคนแรกก็เคยมีภาวะน้ำคร่ำมากเช่นกัน แต่ตรวจพบตอน 38 สัปดาห์ ต่างจากครั้งนี้ที่แพทย์พบตั้งแต่สัปดาห์ที่ 24 และสังเกตว่าอาการทรุดลงในช่วงสัปดาห์ที่ 29 คาดว่าเป็นเพราะทารกไม่สามารถกลืนน้ำคร่ำได้ ทำให้น้ำคร่ำสะสมต่อเนื่อง
เมื่อนึกย้อนกลับไป ลอเรนเปรียบตัวเองว่า “เหมือนแผ่นแพนเค้ก” พร้อมเล่าว่า “พอน้ำคร่ำแตก พยาบาลตกใจมากที่ท้องฉันยุบลงเร็วขนาดนั้น ความรู้สึกแน่นท้องหายไปในทันที แต่ก็ใช้เวลาอีก 10 วันกว่าจะกลับมาแบนสนิท” แม้การตั้งครรภ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เธอยังคงมีความหวัง รอวันที่ลูกสาวได้ออกจากโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี