เจ้าสาวสุดช้ำโดนเท วันแต่งงานไร้เงาเจ้าบ่าว ทักมาหลังเป็นข่าว "ทำไมต้องให้เรื่องใหญ่โต"

เจ้าสาวสุดช้ำโดนเท วันแต่งงานไร้เงาเจ้าบ่าว ทักมาหลังเป็นข่าว "ทำไมต้องให้เรื่องใหญ่โต"

เจ้าสาวสุดช้ำโดนเท วันแต่งงานไร้เงาเจ้าบ่าว ทักมาหลังเป็นข่าว "ทำไมต้องให้เรื่องใหญ่โต"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจ้าสาวชาวนครศรีธรรมราช แจ้งจับเจ้าบ่าวทิ้งงานแต่ง ทักมาหลังเป็นข่าว "ทำไมต้องให้เรื่องใหญ่โต" เจอแฉไม่ใช่เหยื่อรายแรก

หญิงสาววัย 34 ปี ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ หลังเจ้าบ่าวทิ้งงานแต่งกะทันหัน ทำให้เธอและครอบครัวเสียหายหนัก แถมพบว่าเขาเคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นมาก่อน ด้านญาติประกาศเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

รักหวานชื่นกลายเป็นฝันร้าย

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 นางสาวชฎารัตน์ อายุ 34 ปี ชาวอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เธอรู้จักกับนายพนัส อายุ 33 ปี ผ่านทางโซเชียลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยฝ่ายชายทำงานเป็นเซลล์ขายสีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งสองคบหาดูใจกันนานกว่า 1 ปี 6 เดือน จนฝ่ายชายเสนอแต่งงาน พร้อมให้คำมั่นว่ามีเงินสินสอดครบถ้วน และมีแผนเช่าตึกเปิดร้านขายสีเพื่อสร้างครอบครัวร่วมกัน

สู่ขอ-เตรียมงานแต่ง แต่สุดท้ายไร้เงาเจ้าบ่าว

ครอบครัวของชฎารัตน์และพนัสตกลงกำหนดวันแต่งงานเป็นวันที่ 11 มีนาคม 2568 โดยฝ่ายหญิงเรียกสินสอด 300,000 บาท และทองหนัก 2 บาท ซึ่งพนัสตอบรับโดยไม่มีเงื่อนไข หลังจากนั้นก็เริ่มเตรียมงาน ทั้งเช่าชุดขันหมาก จัดพรีเวดดิ้ง และเตรียมสถานที่ ซึ่งพนัสเป็นฝ่ายรับหน้าที่ติดต่อเองทั้งหมด ส่วนชฎารัตน์เพียงแต่โอนเงินให้ตามที่ร้องขอ

อย่างไรก็ตาม ใกล้วันงานกลับเริ่มมีพิรุธ เมื่อชฎารัตน์ขอดูหลักฐานการมัดจำค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่พนัสกลับไม่มีเอกสารมายืนยันและขอให้เธอเชื่อใจ จนกระทั่งวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งเป็นวันก่อนแต่งงาน แบ็กดรอปและอุปกรณ์จัดงานที่พนัสอ้างว่าจัดการไว้ กลับไม่มีการติดตั้ง เมื่อโทรสอบถาม ฝ่ายชายอ้างว่าประสบอุบัติเหตุและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

ญาติของเจ้าสาวรีบไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่กลับพบว่าแพทย์ยืนยันว่าเขาไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง และสามารถเดินทางได้ ซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มเอะใจ และพยายามต่อรองให้พ่อแม่ของพนัสนำขันหมากมาแทน แต่สุดท้ายก็ไม่มีฝ่ายชายหรือญาติฝ่ายเจ้าบ่าวปรากฏตัว

เลี้ยงแขกแบบขมขื่น ก่อนแจ้งความดำเนินคดี

แม้เจ้าบ่าวจะไม่มา แต่ครอบครัวเจ้าสาวยังคงเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานตามปกติ พร้อมจัดดนตรีให้ญาติได้คลายความเศร้า กระทั่งแน่ใจว่าถูกหลอกแน่นอน ชฎารัตน์จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ โดยเรียกร้องให้พนัสคืนค่าเสียหายกว่า 300,000 บาท นอกจากนี้ เธอยังจะเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เนื่องจากเจ้าบ่าวยังนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของเธอไปและยังไม่คืน

ขณะให้สัมภาษณ์ เจ้าสาวได้รับข้อความจากพนัสโดยถามว่า “ทำไมเราไม่คุยกันสองคน ทำไมต้องให้เรื่องใหญ่โต” แต่เธอเลือกที่จะไม่ตอบ เพราะมองว่าไม่มีอะไรต้องพูดอีกต่อไป

พบเหยื่อรายอื่น ญาติประกาศลั่นจะเอาเรื่องถึงที่สุด

หลังจากเรื่องราวของเธอเป็นข่าว ร้านเวดดิ้งและร้านทองในพื้นที่ก็ออกมาเปิดเผยว่า มีหญิงสาวอีกรายเคยถูกพนัสหลอกในลักษณะเดียวกัน เจ้าสาวจึงมั่นใจว่าเธอไม่ใช่เหยื่อรายแรก และอาจมีรายอื่นอีก

เธอฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้หญิงทุกคน ว่าไม่ควรตกเป็นเหยื่อของคนที่ไม่จริงใจ หากไม่ได้รักกันจริงก็ไม่ควรหลอกให้เสียเวลาและเสียเงินไปมากมาย ด้านครอบครัวของเธอยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด ไม่ปล่อยให้พนัสลอยนวลอีกต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล