โคราชยังอ่วมน้ำท่วม 31 อำเภอเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน

โคราชยังอ่วมน้ำท่วม 31 อำเภอเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน

โคราชยังอ่วมน้ำท่วม 31 อำเภอเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้ำท่วมโคราชขยายวงกว้างเพิ่มเป็น 31 อำเภอ โดยเฉพาะใน 6 อำเภอ ยังเผชิญภาวะวิกฤติ ขณะที่ อ.พิมาย น้ำทะลักเข้าท่วมโรงพยาบาลพิมาย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยไปไว้อาคารชั่วคราว ส่วนตัวเมืองโคราชน้ำเริ่มลดระดับลงเล็กน้อย แขวงการทางฯ ประกาศปิดการจราจรถนนหลายเส้นทาง องค์กรภาครัฐและเอกชนระดมถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่ผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทานมอบ รพ.มหาราช และผู้ป่วย ยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นครราชสีมา วันนี้ (21 ต.ค.) หลายอำเภอยังอยู่ในภาวะวิกฤติ น้ำท่วมสูง โดยเฉพาะที่ อ.ปักธงชัย, อ.โนนสูง, โนนไทย, เฉลิมพระเกียรติ, จักราช และ อ.พิมาย ส่วนตัวเมืองนครราชสีมา บางจุดระดับน้ำเริ่มลดลง แต่พื้นที่ที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤติคือ ต.จอหอ และ ต.โคกสูง ขณะที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ระดับน้ำทรงตัวอยู่ที่ 80 ซม.-1 เมตร เจ้าหน้าที่ประกาศปิดเส้นทาง ถ.ช้างเผือก ด้านมาจาก ร.ร.สุรนารีวิทยา ไป รพ.มหาราชนครราชสีมา เนื่องจากสะพานข้ามลำตะคองมีความไม่ปลอดภัย โดยให้ใช้เส้นทางการลำเลียงผู้ป่วยและญาติรวมถึงประชาชนเพียงทางเดียวคือ ด้านที่มาจากโรงแรมพีกาซัส

ขณะที่อำเภอพิมาย วันนี้น้ำได้ทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลพิมาย โดยเฉพาะ รพ.พิมายเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยไปไว้อาคารชั่วคราว เนื่องจาก รพ.พิมายเป็นอาคารชั้นเดียว นอกจากนี้ น้ำยังไหลเข้าท่วมถนนสายพิมาย- ชุมพวง บริเวณสามแยกเกษตร ระดับน้ำสูงกว่า 1 ม. รถเล็กไม่สามารถสัญจร ผ่านไปมาได้

ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของ จ.นครราชสีมา ยังวิกฤติทั้ง 2 แห่ง คือ อ่างลำตะคอง อ.สีคิ้ว ปริมาณน้ำอยู่ที่ 377.55 ล้าน ลบ.ม. เกินกว่าความจุอ่างกว่า 13 ล้าน ลบ.ม. และมีน้ำล้นออกจากอ่างวันละกว่า 9 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 125.70 ล้าน ลบ.ม. จากความจุอ่าง 110 ล้าน ลบ.ม. ต้องระบายน้ำออกวันละกว่า 10 ล้าน ลบ.ม.

ด้านศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดนครราชสีมา สรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุด มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 31 อำเภอ 292 ตำบล 1,957 หมู่บ้าน ยกเว้น อ.ประทาย เพียงอำเภอเดียวที่ไม่เกิดน้ำท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 3 แสนคน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

ด้านการคมนาคม ได้มีการปิดการจราจรเด็ดขาด 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 อยู่ในเขตรับผิดชอบของแขวงการทางนครราชสีมาที่ 1 ปิดถนนทางหลวงหมายเลข 204 เส้นทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระหว่าง กม.ที่ 6-9 บริเวณบ้านฝ้าย มีน้ำท่วมสูง และถนนช่วงแยกจอหอ, ถนนทางหลวงหมายเลข 205 (โนนไทย-ชัยภูมิ) ผ่านได้เฉพาะรถใหญ่

ช่วงที่ 2 อยู่ในเขตรับผิดชอบแขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 ปิดการจราจรถนนทางหลวงหมายเลข 290 (ทางเลี่ยงเมืองสูงเนิน-ปักธงชัย) และ ถนนทางหลวงหมายเลข 201 (สีคิ้ว-ชัยภูมิ) ผ่านได้เฉพาะรถใหญ่

ช่วงที่ 3 อยู่ในความรับผิดชอบแขวงการทางนครราชสีมาที่ 3 ปิดถนนทางหลวงหมายเลข 224 (โชคชัย-ครบุรี) ผู้สัญจรต้องใช้ทางเลี่ยงโชคชัย-หนองบุญมาก-หนองกี่-ครบุรี แทน , ปิดการจราจรถนนทางหลวงหมายเลข 224 (ครบุรี-เสิงสาง) ต้องใช้ทางเลี่ยงหมู่บ้านตะแบกบาน และปิดการจราจรถนนทางหลวงหมายเลข226 (นครราชสีมา-จักราช) ใช้ทางเลี่ยงทางหลวงชนบท-บ้านหนองพลวง-พิมายแทน

ส่วนเส้นทางรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประกาศปิดการเดินรถ 1 ช่วง คือ เส้นทางนครราชสีมา - หนองคาย จากสถานีบ้านเกาะ - บ้านดงทอง (อำเภอโนนสูง) ซึ่งมีน้ำท่วมรางเฉลี่ย 20 ซม. ยังเข้าซ่อมแซมไม่ได้ ด้านการไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ตัดไฟฟ้าในเขตอำเภอเมือง 10 จุด (สนามกีฬาเทศบาลนคร, ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บริเวณเดียวกับสนามกีฬา , บ้านคนชุม, มิตรภาพซอย 4 , บ้านคำทวด, บ้านนาตม, สนามกีฬา 80 ปี, ร้านแป๊ะกู๋, หมู่บ้านวีไอพี และ โรงพยาบาลเซนต์แมรี่) เขตอำเภอปักธงชัย 7 จุด (บ้านงิ้ว บ้านดอนขวาง บ้านโรงนา บ้านวังดู่ บ้านบุสมอ บริเวณบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย) และเขตอำเภอโชคชัย 12 จุด (บ้านดอนสนั่น บ้านตลาดนอก บ้านบิงนอก บริเวณหน้าคลังพัสดุการไฟฟ้าอำเภอโชคชัย บ้านกุดสวาย บ้านดอนพราหมณ์ บ้านคลองบง บ้านวังไม้โพน บ้านโกรกกะเชา บ้านเกาะลอย บ้านกุดโบสถ์ หอพักวนิดา) เมื่อระดับน้ำต่ำลงเหลือประมาณ 60 ซม. จะสามารถจ่ายไฟได้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างระดมถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 500 ชุด มามอบให้คณะแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมกันนี้ มีการมอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่คณะแพทย์ พยาบาลและผู้ป่วยด้วย

นายดิสธร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของโรงพยาบาลที่ทรงมีความห่วงใย และมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติขึ้นในประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยพสกนิกรทุกคน และไม่เคยทอดทิ้งประชาชนของพระองค์.

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล