แม่หลุดกรี๊ด ลูกชายร้องให้ช่วย "หน้าขาววอก" เลียนแบบอุลตร้าแมน แถมที่พอกอยู่ไม่ใช่แป้ง!

แม่หลุดกรี๊ด ลูกชายร้องให้ช่วย "หน้าขาววอก" เลียนแบบอุลตร้าแมน แถมที่พอกอยู่ไม่ใช่แป้ง!

แม่หลุดกรี๊ด ลูกชายร้องให้ช่วย "หน้าขาววอก" เลียนแบบอุลตร้าแมน แถมที่พอกอยู่ไม่ใช่แป้ง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แม่สะดุ้ง ลูกร้องไห้ให้ช่วย วิ่งจากครัวไปดูที่ห้องน้ำ สะพรึง “หน้าขาววอก” ที่แท้อยากเลียนแบบอุลตร้าแมน

นิสัยการเลียนแบบของเด็กๆ เหมือนเป็น “พลังพิเศษ”   ตั้งแต่อายุยังน้อย ความสามารถนี้หากได้รับการฝึกฝนและพัฒนาอย่างเหมาะสม จะช่วยด้านพัฒนาการของเด็กๆ ได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเลียนแบบไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป โดยเฉพาะในวัยที่เด็กยังไม่พัฒนาเต็มที่ในด้านการรับรู้ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยหลายๆ อย่างจึงเกิดขึ้นกับเนื่องมาจาก "การเลียนแบบที่ไม่เหมาะสม”

ตัวอย่างเช่น เรื่องราวที่ผู้ปกครองคนหนึ่งได้แบ่งปันเมื่อไม่นานมานี้ คุณแม่โพสต์ภาพลูกชายวัยอนุบาลที่มีใบหน้า “ขาววอก” ดูผิดปกติจนน่ากังวล พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดเบื้องหลังภาพนี้ ที่เด็กตัวน้อยๆ ได้สร้างความตกตะลึงให้กับเธออย่างมาก

คุณแม่เล่าว่า โดยปกติลูกชายวัย 4 ขวบของเธอชอบดูการ์ตูนอยู่ที่บ้าน ในวันนั้นขณะที่เธอกำลังทำอาหารอยู่ในครัว ลูกชายกำลังเล่นอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น สักครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงลูกชายร้องไห้ เธอรู้สึกสับสนแต่ก็รีบไปตรวจสอบทันที โดยไม่คาดคิดว่าจะพบเห็นภาพอันน่าสะพรึงในห้องน้ำ

ใบหน้าและแขนของลูกชายมีสารสีขาวแปลกๆ ปกคลุมอยู่ ตอนแรกเธอคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติและรู้สึกกลัวมาก แต่หลังจากถามเด็กอย่างใจเย็นและตรวจดูอย่างละเอียด ก็รู้ว่าสีขาวนั้นคือ “กาว” ที่ลูกนำมาใช้ทาด้วยตัวเอง เพื่อเลียนแบบการแปลงร่างของอุลตร้าแมน ตัวละครในภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบและดูทุกวัน

เมื่อรู้ถึงปัญหาทั้งหมดแล้วแม่ก็ถอนหายใจ เธอยอมรับว่าทั้งโกรธและไม่สามารถหยุดหัวเราะได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกระทำอันไม่คาดคิดที่นำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของลูก จากนั้นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการทำความสะอาดเพื่อขจัดความสกปรกที่ลูกชายก่อไว้

สุดท้ายแม้ว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น แต่ผู้เป็นแม่ก็รู้สึกผิดอย่างมากที่ทิ้งสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายไว้ใกล้มือลูก จึงรีบทำความสะอาดและจัดข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านให้เรียบร้อย โดยเก็บให้พ้นจากมือเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์อันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของเด็ก

บางครั้งบ้านอาจไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก เพราะในความเป็นจริงแล้วมีวัตถุและสถานที่ที่คุ้นเคยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ สถานการณ์ที่คล้ายกันนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นยากนักในหลายๆ ครอบครัว ดังนั้น ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่และระมัดระวังให้มากขึ้น เพื่อตรวจพบและให้การรักษาที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล