ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงต่อเนื่องเอ่อท่วม อ.เมืองปทุมฯ

ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงต่อเนื่องเอ่อท่วม อ.เมืองปทุมฯ

ระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงต่อเนื่องเอ่อท่วม อ.เมืองปทุมฯ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

เกาะติดสถานการณ์วิกฤติการณ์น้ำท่วม

อ.เมืองปทุมธานี ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้นแนวกระสอบทรายเข้าท่วมชุมชน โรงเรียน และวัดในพื้นที่ อ.เมืองปทุมธานี ชาวบ้านและพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี ช่วยกันนำกระสอบทรายไปเสริมแนวกั้นริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือไหลมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนล้นแนวกั้นเข้าท่วมชุมชนโรงเรียนวัดมะขาม และวัดศาลเจ้า และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำกลับลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณประตูสูบน้ำคลองเชียงราก จำนวน 4 เครื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ น้ำยังไหลหลากเข้าท่วมถนนวัดโพธิ์เลื่อน-โรงสูบน้ำประปานครหลวง และเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถแบ็กโฮขุดดินเป็นแนวกั้นนำแทนกระสอบทราย

จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจลงเรือออกตรวจบ้านเรือนชาวบ้านซึ่งถูกน้ำท่วม เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสเข้าไปขโมยของระหว่างเจ้าของบ้านอพยพไปอยู่ที่อื่น นอกจากนี้ ยังออกตรวจตามหมู่บ้านและชุมชนที่มีผู้ประสบภัยขึ้นมานอนบนถนน ขณะที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องช่วงค่ำของเมื่อวานนี้

จังหวัดอุทัยธานี นำรถแบ็คโฮขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี เร่งทำคันกั้นน้ำเข้าวัดตานาด และหมู่บ้านตานาด หมู่ 3 ซึ่งมีประชาชนอาศัยประมาณ 40 ครอบครัว แต่ไม่สามารถป้องกันพื้นที่นาข้าวกว่า 2,000 ไร่ และบ้านเรือนราษฎรจำนวนมาก ใน 8 หมู่บ้าน ของตำบลเนินแจงไว้ได้ทัน หลังเกิดเหตุถนนคันกั้นน้ำริมแม่น้ำแควตากแดดพังเป็นระยะทางประมาณ 20 เมตร ส่งผลให้เกิดน้ำปริมาณมากทะลักท่วมพื้นที่นาข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยว บ้านเรือนราษฎร ถนนหนทาง เป็นบริเวณกว้างเกือบทั้งตำบล
นายมนัส ปานอ่วม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเนินแจง กล่าวว่า เบื้องต้นทำได้เพียงแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นไปไว้ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันเท่านั้น เนื่องจากระดับน้ำท่วมได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 1 - 2 เมตร และไหลข้ามถนนทางเข้าหมู่บ้านเป็นระยะทางยาวนับกิโลเมตร ยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกหมู่บ้านต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเนินแจง ได้ใช้ความพยายามสร้างตัดดินเสริมบนคันกั้นน้ำชลประทานสูงอีก 2 เมตร เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตรเศษ เพื่อป้องกันน้ำปริมาณมากจากการระบายของเขื่อนวังร่มเกล้าล้นตลิ่งในจุดล่อแหลม แต่ก็มาประสบปัญหาคันกั้นน้ำพังเสียหาย ไม่สามารถปิดกั้นได้ทัน จึงก่อให้เกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้ คาดว่าวันนี้จะมีน้ำทะลักท่วมใน 8 หมู่บ้านของตำบลเนินแจง คือ หมู่ 1,3,4,5,6,7,8,9 และตำบลน้ำทรง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ บางส่วน ก่อนที่น้ำจะไหลไปลงแม่น้ำสะแกกรังและแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ชัยภูมิ ยังคงวิกฤติ น้ำจากเขื่อนลำปะทาวไหลทะลักเข้าท่วมเขต อ.เมือง โรงพยาบาลชัยภูมิ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องทำสะพานเพื่อให้ญาติและผู้ป่วยเดินทางเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลชัยภูมิ และยังต้องใช้เรือท้องแบนลำเลียงผู้ป่วยเข้าไปส่งภายในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังนำกระสอบทรายมาทำเป็นผนังกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าไปชั้นล่างของโรงพยาบาล ขณะที่เขื่อนลำปะทาวยังมีน้ำป่าจากเทือกเขาภูแลนคา ไหลทะลักเข้าเขื่อนจนเกินความจุ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 50 ปี เจ้าหน้าที่จึงต้องระบายน้ำออก ทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมเขตเทศบาลชัยภูมิสูงกว่า 2 เมตร และมีแนวโน้มขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จังหวัดประกาศให้ 8 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี น้ำจาก อ.กบินทร์บุรี เริ่มไหลหลากเข้าตลาดท่าประชุม หรือตลาดเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และมีแนวโน้มสูงขึ้น นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งยังไหลเข้าท่วมตลาดท่าตูม ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องปิดร้านเกือบทั้งหมด

ด้าน นายภาสกร บุญญลักษณ์ นายอำเภอเมืองนนทบุรี ออกตรวจเยี่ยมชาวบ้านตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี ซึ่งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และกำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมทั้ง ประกาศเตือนชาวบ้านให้ขนย้ายสิ่งของไปไว้บนที่สูง และระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายกระสอบทรายให้กับชาวบ้าน นำไปเป็นพนังกั้นน้ำด้วย 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล