พยานปชป.ให้การศาลรธน.คดียุบพรรค

พยานปชป.ให้การศาลรธน.คดียุบพรรค
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

การไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ พยานที่ขึ้นเบิกความอีก 2 ปาก คือ น.ส.อาภรณ์ รองเงิน รองผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตสมุห์บัญชี การเลือกตั้งปี 2548 และนางอรุณี รวยสูงเนิน ผู้ตรวจสอบบัญชี โดย น.ส.อาภรณ์ ได้เบิกความว่า ตนมีหน้าที่ควบคุมรายรับรายจ่าย ของพรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ส่วนสาเหตุที่ไม่มีการออกใบจัดซื้อจัดจ้างนั้น เป็นเพราะข้อตกลงกับบริษัท ที่รับจัดทำป้าย อีกทั้งในคู่มือของสมุห์บัญชีการเลือกตั้งของ กกต. ก็ไม่ได้ระบุว่า จะต้องจัดทำสัญญา ส่วนทางด้านนางอรุณี ได้เบิกความต่อศาลว่า ตนได้เข้าไปทำงานในหน้าที่ตรวจสอบบัญชีการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2525 ซึ่งบางครั้งก็ยอมรับว่า การตรวจสอบบัญชี เป็นการตรวจแบบสุ่ม เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก อีกทั้งได้ปฏิเสธว่าไม่ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับใบเสร็จการรับเงิน เพราะมีหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบบัญชีของพรรค ไม่ใช่บัญชีการเลือกตั้ง

ล่าสุดการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพยานที่ขึ้นเบิกความอีก 2 ปากสุดท้ายในวันนี้คือ
นายอิสระ ลิ้มศิริวงศ์ ประธานชุดสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายคมสัน โพธิ์คง อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายอิสระ เบิกความต่อศาลว่า จากการสอบสวนในคดีคำร้องการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้ยกคำร้องไปถึง 3 ครั้ง จากนั้นจึงได้ส่งเรื่องกลับไปยัง กกต. เพื่อให้พิจารณา เนื่องจากตนไม่มีอำนาจในการตัดสิน จึงต้องเป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่จะเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องนี้ ส่วนทางด้านนายคมสัน ได้เบิกความต่อศาลว่า ในความคิดของตน การที่จะวินิจฉัยยุบพรรค ต้องเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ตัดสินเพราะถ้านายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นว่าควรยุบ จะส่งเรื่องไปให้ยัง กกต. แต่ที่ผ่านมา นายทะเบียนเห็นควรให้ยกคำร้อง คือสั่งไม่ฟ้อง เรื่องก็น่าจะยุติได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2552 แล้ว

อย่างไรก็ตาม ศาลได้นัดไต่สวนพยานในครั้งต่อไป ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของคดีในวันจันทร์ที่ 18 ต.ค.นี้ ในเวลา 10.00 น.
โดยจะมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าเบิกความเป็นพยานด้วย