ปชป.ชี้กกต.เปลี่ยนสำนวนเพราะแดงกดดัน
การไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง เป็นนัดที่ 2 ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีการใช้จ่ายเงิน กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ในวันนี้โดยการไต่สวน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้การเบิกความว่า ตนเชื่อว่าการที่ กกต. เปลี่ยนสำนวนการฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ เพราะโดนกดดันจากฝ่ายทางการเมือง คือ มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาปิดล้อม กกต. และอีกทั้งเมื่อปี 50 พรรคประชาธิปัตย์ เคยยื่นสอบทุจริต กกต.เกี่ยวกับการการแก้ไขข้อมูลการเลือกตั้ง จนทำให้ถูกดำเนินคดี จึงอาจมีผลทำให้เกิดความคับแค้นก็เป็นได้ ส่วนการจัดทำป้ายหาเสียงของพรรคนั้น ตนได้มอบให้ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรค เป็นผู้จัดการ และได้มีการสั่งจ่ายเงินให้กับบริษัทที่จัดทำป้าย ในวันที่ 3 ม.ค. 2548
นอกจากนี้ นายบัญญัติ ยังได้กล่าวอีกว่า คำให้การของ น.ส.วาศินี ทองเจือ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมซไซอะฯ นั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งการจัดทำป้ายของพรรค และการเรียกเก็บใบเสร็จจากพรรคนั้น ปรากฏว่า เป็นชื่อบริษัทอื่นเนื่อง
จากมีการตกลงกันกับบริษัทผู้รับช่วง เพื่อเป็นการหลบเลี่ยงภาษี จึงถือได้ว่า น.ส.วาศินี เป็นพยานที่น่าเชื่อถือได้ยาก ส่วนที่ น.ส.วาศินี เคยกล่าวว่า เคยไปพบ นายธงชัย ดลศรีชัย ที่ห้องทำงานของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็ไม่เป็นความ
จริง เนื่องจากคนที่จะมีห้องทำงานได้ ต้องเป็นกรรมการบริหารพรรคระดับสูงเท่านั้น
นอกจากนี้ นายบัญญัติ ยังได้กล่าวอีกว่า คำให้การของ น.ส.วาศินี ทองเจือ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมซไซอะฯ นั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งการจัดทำป้ายของพรรค และการเรียกเก็บใบเสร็จจากพรรคนั้น ปรากฏว่า เป็นชื่อบริษัทอื่นเนื่อง
จากมีการตกลงกันกับบริษัทผู้รับช่วง เพื่อเป็นการหลบเลี่ยงภาษี จึงถือได้ว่า น.ส.วาศินี เป็นพยานที่น่าเชื่อถือได้ยาก ส่วนที่ น.ส.วาศินี เคยกล่าวว่า เคยไปพบ นายธงชัย ดลศรีชัย ที่ห้องทำงานของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็ไม่เป็นความ
จริง เนื่องจากคนที่จะมีห้องทำงานได้ ต้องเป็นกรรมการบริหารพรรคระดับสูงเท่านั้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


