นพดลไม่ผิด! ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีฆ่านายห้างทอง

นพดลไม่ผิด! ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีฆ่านายห้างทอง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (1 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 613 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำ 248/2547 คดีแดง อ.3819/2550 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพดล ธรรมวัฒนะ อายุ 56 ปี นักธุรกิจชื่อดังเป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชากรไทย พี่ชายตัวเอง โดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน

คดีนี้ ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.50 โดยพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างแล้วเห็น ว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักแน่นหนาเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายกฟ้อง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานจำเลยให้ศาลเห็นว่าการเสียชีวิตของนายห้างทองเกิดจากการฆาตกรรม จึงไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นว่าจำเลยเป็นผู้ฆ่าหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้วศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของอัยการโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพดล ธรรมวัฒนะ อายุ 56 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่า นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ พี่ชายตัวเอง โดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเมื่อระหว่างวันที่ 5-6 ก.ย.2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกับพวกซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ 1 นัด โดยมีเจตนาฆ่าให้ตาย กระสุนปืนถูกบริเวณศีรษะนายห้างทองทะลุกะโหลกเข้าไปทำลายอวัยวะส่วนสมองเป็นบาดแผลฉกรรจ์ เป็นเหตุให้นายห้างทองถึงแก่ความตาย เพราะพิษบาดแผลดังกล่าว รายละเอียดบาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพและรายการตรวจศพของเจ้า พนักงานและแพทย์ เหตุเกิดที่บ้านธรรมวัฒนะ เลขที่ 299/9 หมู่ 7 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

นอกจากนี้ ในวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ยิง และสิ่งของต่างๆ เป็นของกลาง กระทั่งวันที่ 31 ต.ค.2546 เจ้าพนักงานตำรวจได้ควบคุมจำเลยมาแจ้งข้อหาดำเนินคดี จำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด ต่อมาศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 50 โดยพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักแน่นหนาเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายกฟ้อง หลังจากนั้นโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ และนัดฟังคำสั่งในช่วงเช้าวันนี้