10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสยดสยองที่สุด!!

10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสยดสยองที่สุด!!
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หากกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนต่างใฝ่ฝัน และอยากไปคงมีหลาหลายที่นั่นแล้วแต่ความนิยมชมชอบในธรรมชาติ และสถานที่ที่ตัวตนในตัวเองใฝ่ฝันอยากไปที่สุด แต่ทว่าสถานที่ที่ดูราบเรียบสวยงามนั้นมักจะมีสิ่งยั้วยวนชวนให้หลงใหล วันนี้เลยพบเนื้อหาดี ๆ นำมาให้ได้อ่านกัน และประดับความรู้ที่ว่า

"แม้โลกใบนี้จะมีความสวยงาม แต่มักจะมีความสยดสยองในบางมุมมืดที่มองไม่เห็น" มาดูเลยดีกว่า

อันดับ 10 สุสานมัมมี่ ปานาโม อิตาลี (LAS CATACUMBAS DE LOS CAPUCCINOS)

เป็นสุสานใต้ดินเก่าแก่ตั้งอยู่ในใต้อารามนักบวชคาปู ชินแห่งโบสถ์ฟรานซิสกัน ของคริสต์ศาสนานิกายคาทอลิก ที่เมืองปาร์เลอโม เกาะซิซิลี

ที่นี้มีซากมัมมี่กองเต็มไปหมดจะเป็นชุมชนแออัดอยู่แล้ว ถึงขนาดที่บางศพที่มาทีหลัง ไม่มีที่ให้ยืนสบายๆต้องถูกแขวนไว้กับตะขอบนผนังและถ้าเดินเข้าไปก็จะเจอแต่ศพนั่ง......นอน...... ยืน...... และเดิน เอ๊ย เดินไม่มี บางตัวละยังคงสวมเครื่องแต่งกายเหมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิตด้วยมีมัมมี่เด็กด้วยนะ เป็นผู้หญิงอายุ 8 ขวบชื่อโรซาเลีย ลอมบาร์โด ( ROSALIA LOMBARDO) ที่ดองไว้ 70 - 80 ปีแล้วด้วย หน้าตายังน่ารักเหมือนคนนอนหลับเลยสถานที่นี้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว(จะมีคนไปเหรอ) จำกัดเวลาครับอยากไปร้องถามไถ่ดูละกัน

อันดับ 9 อุโมงค์ที่ฝรั่งเศสกรุงปารีส (Pont de L'Alma)

สถานที่เจ้าหญิงไดอาน่าประสบอุบัติเหตุรถคว่ำสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2540 และยังคงเป็นปริศนาค้างคาใจคนทั้งโลกว่าอุบัติเหตุหรือถูกฆาตกรรม เพราะในคืนที่เกิดโศกนาฏกรรมมีการเปลี่ยนเส้นทางรถยนต์ไปยังอุโมงค์ Pont de L'Alma อย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่จุดหมายเดิมคือการเดินทางไปยังอพาร์ตเมนต์ของฝ่ายชายและทำไมวิทยุสื่อสารของตำรวจในกรุงปารีส ไม่สามารถใช้การได้โดยไม่ทราบสาเหตุขณะที่รถยนต์พระที่นั่งของเจ้าหญิงเดินทางเข้าสู่อุโมงค์จนเกิดเหตุร้ายและไม่สามารถติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับก ารช่วยเหลือเพื่อรักษาพระชนม์ชีพของพระองค์

ได้อย่างทันท่วงทีเป็นความบังเอิญจริงหรือ ?

ใครๆ ที่ไปเที่ยวที่อุโมงค์ฝรั่งเศสแล้ว ใครๆ ก็ว่าบรรยากาศมันน่ากลัว


อันดับ 8 เทือกเขาร็อกกี้ โคโลราโด (Colorado Rockies)


ที่สยองคือภูเขานี้เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นเป็นเรื่องของมนุษย์กินคน ที่ไม่ใช่คนป่า ปี 1874 ในฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัด คณะนักสำรวจหกคนได้ขุดอุโมงค์ในหุบเขาโคโลราโด ต่อมาอุโมงค์เกิดถล่มการสื่อสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และต่อมาฤดูใบไม้ผลิมีเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดกลับมาจากหุบเขาโคโลราโด อยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีเขาคนนี้มีนามว่าอัลเฟร์ด แพคเกอร์และเมื่อเขาออกมาก็ถูกจับเนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากินเพื่อนของเขาสองคนเพื่อมีชีวิตรอดเพราะอาหารหมดและเพื่อนก็ตายไปทีละคนทีละคนเขาเลยอดใจไม่ไหวกินเป็นอาหารเสียเลย

อันดับ 7 หมู่เกาะปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea)

ปาปัวนิวกินีเป็นเกาะอยู่ทางเหนือของทวีปออสเตรเลีย ประกอบด้วยชนเผ่าต่างๆมากกว่า 700 เผ่าแต่ละเผ่าต่างคนต่างอยู่ การเดินทาง ไปมาหาสู่กันลำบากมาก เพราะพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนและใครอยากเห็นมนุษย์กินคนก็ต้องเข้าไปลึกหน่อยนะ โชคดีอาจไปทันตอน

คืนพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะ และกินซุปเนื้อมนุษย์วิธีปรุงอาหารรายการนี้ง่ายมาก นำน้ำใส่หม้อดินขนาดใหญ่ต้มให้เดือดบั่นศพมนุษย์ที่ตายทั้ง สองฝ่ายให้มีขนาดที่จะใส่ในหม้อนั้นได้ใส่ลงในหม้อ นำผักชนิดต่างๆรวมทั้งมันและเผือกใส่รวมลงไปด้วย ต้มจนสุกและเปื่อยดีแล้วก็ตักออก

มากินกัน ส่วนคนที่ยังไม่ตายก็มัดไว้ก่อนและค่อยๆฆ่าให้ตาย นำมาปรุงเป็นอาหาร กินเลี้ยงกันในคืนต่อๆ มารองเท้าหนัง ถุงเท้าตลอดจน เสื้อผ้า ก็ถูกนำมาต้มจนเปื่อยและกินจนหมดสิ้นเช่นเดียวกัน สำหรับหัวกะโหลกเก็บไว้เป็นเครื่องประดับตามบ้านเรือนสวยงามมาก

แต่ปัจจุบันใครไปอาจอดเจอซุปเนื้อคนเพราะตอนนี้เขาเลิกแล้วเพราะกฎหมายออกมาว่าห้ามกินเนื้อคนไม่ว่าศัตรู หรือนักท่องเที่ยว!

อันดับ 6 โรงงานนรก 'ค่ายเอาชวิตซ์' (Auschwitz)

สยองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กับ 'ค่ายเอาชวิตซ์'(Auschwitz) ที่ใกล้เมืองเอาชวิตซิน โดยค่ายนี้ สร้างขึ้นเพื่อสังหารชาวยิวด้วยการรมแก๊สพิษและเผาใน เตาเผาโดยมีเหยื่อที่โดนถึง 1 ล้านสองแสนคน จากที่ต่างๆทั่วยุโรป จํานวน 22 ล้านคนไปที่ค่าย โดยขนไปทางรถยนต์ รถไฟ และเรือเดินสมุทรและปัจจุบันสภาพยังเหมือนเดิมทุกประการไม่ว่าเตารมแก ๊ส เตาเผา ค่ายพัก คุกมีกลิ่นแห่งความตายติดมาด้วย พร้อมกับความวังเวงเมื่อท่านไปก็อาจเจอผีชาวยิวที่ไม่ไปเกิดอีก ได้สองเด้ง

ปัจจุบันเอาชวิตซ์เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญและมีนักท่องเที่ยวสนใจมากที่สุด แห่งหนึ่งของ โปแลนด์ ซึ่งพยายามรักษาสภาพเอาชวิตซ์ ให้ใกล้เคียง สภาพเดิมให้มากที่สุด

อันดับ 5 ปอมเปอี (Pompei)

ปอมเปอีเมืองเก่าสมัยกลางตั้งอยู่บริเวณภาคใต้ของคาบสมุทรอิตาลี ริมอ่าวเนเปิลเมืองนี้เป็นชุมชนขึ้นมาก่อนคริสต์ศักราช โดยอยู่ใต้อิทธิพลของกรีก ต่อมาราว 80 ปีก่อนคริสตกาลกลายเป็นเมืองตากอากาศฤดูร้อนของชาวโร มันหลังตกเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมันกระทั่ง ถูกภูเขาไฟ ระเบิดถล่มทั้งเมือง ตอนนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สยองขวัญมากเค้าหล่อรูปคนตายในท่าที่ถูกลาวาทับไว้ ก็เลยเป็นสถานที่แสดงท่าหนีตายของ

ชาวเมืองไปเพราะปอมเปเอียนและสัตว์เลี้ยงแข็งเป็นหิน คงสภาพเกือบทุกประการรวมถึงความหวาดกลัวต่อความตายที่ยังตราติดอยู่บนดวงห น้าบางซากนั่งเอามือปิดหน้า บางซากซบอยู่กับกำแพง ปอมเปอีจึงได้อีกชื่อว่า'ซากเมืองแห่งความตาย' ปัจจุบันเมืองโบราณปอมเปอีได้รับการฟื้นฟูองค์การยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1997


อันดับ 4 คุกและหอคอยลอนดอน (Tower of London)

หอคอยลอนดอน ประเทศอังกฤษสถานที่เกิดเหตุแห่งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ยาวนานก ว่า 900 ปี นองเลือด ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เคยเป็นป้อมปราการ ,ปราสาทราชวัง , คุก แดนประหารเป็นสถานที่ตัดหัวของแอนน์ โบลีน พระสนมในพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ที่ทุกวันนี้วันดีคืนดียังมีคนเห็นแอนน์ โบลีนถือหัวและร้องครวญอย่างทรมาน ไม่รวมกับอีกหลายวิญญาณที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ในหอคอยแห ่งนี้ซึ่งมักจะส่งเสียงร้องขอชีวิตหรือเสียงลากโซ่ตรวนให้ผู้คนได้ยินและปรากฎให้เห็นเป็นระยะๆจึงทำให้ที่นี่ยังคงโด่งดังเรื่องความหลอนตลอดกาล

ปัจจุบันหอคอยลอนดอนเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นกลุ่มอาคา รและหอคอยหลายหลังที่เก็บเครื่องมือทรมานและเครื่องมือประหารนักโทษแบบ โหดๆของยุคกลาง และมีอีกาดำด้วย ดูแล้วก็น่ากลัวจริงๆแหละ

อันดับ 3 ปราสาทของวลาด ดารคู ทรานซิลวาเนีย โรมาเนีย

ปราสาทที่เป็นแหล่งที่มาของนิยายผีดูดเลือดแดรกคิวล่า ที่ว่าน่ากลัวคือเจ้าชายจอมเสียบ วลาด ดารคูลา ผู้เป็นเจ้าของปราสาทแกชอบจับเอา เหล่าเชลยมาเสียบด้วยไม้แหลมจากก้นจนทะลุขึ้นไปซีกบน แล้วก็เอามานั่งเรียงรายกันไปในบริเวณกว้างๆ เช่นกำแพงเมืองหรือ สนามหญ้าใหญ่ๆ วันไหนครึ้มอกครึ้มใจเขาก็จะนั่งดินเนอร์ดูการประหารด้วยวิธีนี้เสียตรงนั้นเลย....................อืมอร่อย

ส่วนปราสาท ปัจจุบันยังอยู่ครับ แต่...........มันทำไมอยู่สูงจัง ใครจะไปก็อดทนหน่อยล่ะปีนขึ้นไปดูเอง (เขาทำบันไดให้ปีนแล้วจ้า)

อันดับ 2 อัลคาแทรซ , ซานฟรานซิสโก (Alcatraz)

นี่คือคุกที่มีชื่อเสียงที่สุดของอเมริกา อัลคาแทรซ(Alcatraz) สถานที่คุมขัง อัลคาโปน เจ้าพ่อชื่อดังและภายในคุกสยอง วังเวงจริงๆ และได้ฉายาว่าเดอะร็อกเป็นคุกที่ไม่มีใครแหกสำเร็จ ถึงแม้จะมีนักโทษพยายามใช้ของชิ้นเล็กๆตัดซี่กรงเหล็กและแอบว่ายน้ำหนีออกไป แต่ก็ไม่ปรากฏว่าเขามีชีวิตรอดไปได้ นักโทษหลายคนตายในห้องขังที่นี่ส่วนหนึ่งตายเพราะบาดแผลติดเชื้อ และนี่เองเป็นที่มาของเสียงประหลาดมากมาย

เช่น เสียงตัดเหล็ก เสียงปิดประตูห้องขังเสียงหวีดร้องจากใต้ดิน และค?ามรู้สึกถูกจ้องมอง

ปัจจุบันคุกนี้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วสามารถค้างคืนได้ด้วยนะจะบอกให้


อันดับ 1 อนุสรณ์สถานแห่งคิลลิ่ง ฟิลด์( Killing Field)

ใครจะว่าไงไม่รู้แต่ยกให้สถานที่นี้คือสุดยอดที่สุดแล้ว เพราะมันอยู่ใกล้บ้านเรา กัมพูชาเองจ้าเลิกซะทีเถอะข้ามพรมแดนไปเล่นการพนัน หันมารู้ประวัติศาสตร์ที่แสนโหดร้ายกันบ้างกับโดยสถานที่นี้เป็นอนุสรณ์รำลึกความโหดร้ายในยุคเขมรแ ดงที่นำโดยเฮียพอลพตที่สั่งฆ่าชาวเขมรนับล้านศพมากมายนับไม่ถ้วน

ข้อมูลสร้างสรรค์ : http://www.oknation.net/blog/JOMMAND221/2010/07/05/entry-1