สุวิทย์ ยืนยันจะคัดค้านเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก

สุวิทย์ ยืนยันจะคัดค้านเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก

สุวิทย์ ยืนยันจะคัดค้านเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดประชุมเตรียมข้อมูลให้ผู้แทนไทยนำไปคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ด้าน "สุวิทย์ คุณกิตติ" ยืนยันจะคัดค้านเต็มที่ แนะรัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนและทีมงานต้องเป็นเอกภาพ

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้จัดประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพื่อต้องการให้ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าว มาให้ข้อมูลกับ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ที่จะนำไปต่อสู้ เพื่อไม่ให้มีการขึ้นทะเบียนในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 34 ในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม ที่ประเทศบราซิล

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมหลายคน เช่น นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา เจริญพาณิช ผู้ตรวจการฯ นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระกระทรวงวัฒนธรรม รวมทั้งนายสุวิทย์ และตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และนักวิชาการ

ทั้งนี้ นักวิชาการที่ทำการศึกษาเรื่องดังกล่าว อาทิ นายสมปอง สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกโลกของยูเนสโก ม.ล.วัลย์วิภา และ ม.ล.วิภาวดี จรูญโรจน์ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการประวัติศาสตร์ นายวีระพันธุ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เห็นตรงกันว่าผู้แทนประเทศไทยต้องแสดงท่าทีคัดค้าน และไม่ยอมรับกับการใช้แผนที่กำหนดแนวเส้นเขตแดนระหว่างอินโดนจีน-สยาม 1 ต่อ 200,000 ที่กัมพูชานำมาใช้กล่าวอ้างในการขอขึ้นมรดกโลก เพราะเป็นแผนที่ที่มีความผิดพลาดหลายขั้นตอน ซึ่งศาลโลกเองยังตัดสินเพียงตัวปราสาท ไม่ตัดสินในเรื่องเขตแดน

นายธัชชยุติ ภักดี รองอธิบดีกรมสนธิสัญญากระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้ ทางคณะกรรมการมรดกโลกมีหนังสือเวียนอิเล็กทรอนิกส์มาถึงไทยว่า หากต้องการโต้แย้งกรณีกัมพูชาเสนอเอกสาร เพื่อยืนยันการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกให้ตอบกลับภายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะขอใช้สิทธิโต้แย้ง

ด้าน นายสุวิทย์ กล่าวว่า ถ้าใครได้ติดตามการทำงานจะเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในสมัยนั้นที่สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลก และได้บอกกับเจ้ากรมแผนที่ทหารในขณะนั้นว่า ถ้ายังยึดแผนที่ 1 ต่อ 200,000 จะมีปัญหาให้ไทยต้องเสียเขตแดน ซึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอดจนถึงเวลาที่ต้องไปต่อสู้ ยืนยันว่าสุดใจขาดดิ้น และพร้อมรับฟังความเห็นจากนักวิชาการ

"ถ้าใครรู้จัก ก็รู้ว่าผมเรียนภูมิศาสตร์สารสนเทศ มีความรู้และเข้าใจแผนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย การจะบอกว่า ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของไทยหรือไม่นั้น ปราสาทอยู่ใต้เขตแนวสันปันน้ำ ยังไงก็ต้องเป็นของไทยแน่นอน เรื่องแผนที่จึงไม่จำเป็นต้องพูด การไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยพิเศษ ครั้งที่ 9 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนนั้น รัฐบาลไม่เคยมีนโยบายที่ชัดเจน ผู้แทนที่ไปแต่ละกระทรวงพูดกันคนละอย่าง รัฐมนตรีต่างประเทศก็พูดอย่างหนึ่ง กรรมการมรดกโลกฝ่ายไทยก็พูดอีกอย่าง ทำให้คนที่จะช่วยสนับสนุนก็งงและสับสน ดังนั้น การไม่มีความเป็นเอกภาพทางด้านนโยบายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ผ่านมา ผมเขียนจดหมายถึงคณะกรรมการมรดกโลก ขอให้กระทรวงต่างประเทศไทยแปล เขาก็ไม่ยอมแปลให้ บอกว่าแรงเกินไป ผมก็บอกว่าผมจะรับผิดชอบเอง แต่เขาก็ไม่ยอม ทางกระทรวงต่างประเทศจึงทำจดหมายให้ผมไปยื่น แต่เมื่อดูข้อความแล้ว ผมก็บอกว่าไม่ยื่น เพราะยื่นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ยืนยันว่าสิ่งที่ผมไปพูดกับเขาแรงมาก" นายสุวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงแรกของการประชุม ที่นักวิชาการแสดงความคิดเห็นและมีการเปิดเผยเอกสารต่างๆ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากฝ่ายนักวิชาการนำเอกสารลงลับที่กระทรวงการต่างประเทศใช้ในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว ครั้งที่ 7 มาแสดงต่อประชุม เพื่อให้เห็นว่ากระทรวงต่างประเทศยังคงยึดแผนที่อัตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ในการใช้ปักปันเขตแดน ซึ่ง นายอิศร ปกมนตรี เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ ตำหนิว่าการนำเอกสารที่ลงลับมาเผยแพร่และนำมาอภิปราย เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง และยืนยันว่ากระทรวงต่างประเทศยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และเมื่อนายอิศรกล่าวเสร็จ ก็รีบเดินทางกลับทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook