สรุปข่าว "หนุ่มสุโขทัย" โยกสามล้อเข้ากรุง หลังถูกตัดสิทธิเบี้ยคนพิการ

สรุปข่าว "หนุ่มสุโขทัย" โยกสามล้อเข้ากรุง หลังถูกตัดสิทธิเบี้ยคนพิการ

สรุปข่าว "หนุ่มสุโขทัย" โยกสามล้อเข้ากรุง หลังถูกตัดสิทธิเบี้ยคนพิการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้ สำหรับข่าวหนุ่มสุโขทัย” โยกสามล้อคู่ใจเข้ากรุงเทพฯ​ เป็นระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร หวังยืนยันตัวตนขอรับสิทธิ “เบี้ยคนพิการ” สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น และกลายเป็นการตั้งคำถามเรื่องการช่วยเหลือดูแลประชาชนผู้พิการของเจ้าหน้าที่รัฐ ข่าวร้อนที่กำลังเป็นหัวข้อการพูดคุยของชาวเน็ตในครั้งนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และตอนนี้ใครออกมาพูดอะไรแล้วบ้าง Sanook สรุปข่าว “หนุ่มสุโขทัย” และการเดินทางเพื่อยืนยันตัวตนกับกรมบัญชีกลางมาฝากทุกคน!

“หนุ่มสุโขทัย” โยกสามล้อไกล 400 กม.

เมื่อวานนี้ (5 ก.พ. 67) โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอของชายพิการคนหนึ่งที่โยกสามล้อไปตามเส้นทางถนนสายเอเชีย ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าชายคนดังกล่าวคือมณฑล วัย 48 ปี เดินทางมาจากจังหวัดสุโขทัย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อจะไปยืนยันสิทธิตัวตนที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เนื่องจากถูกตัดสิทธิผู้พิการและไม่มีบัตรประชาชน

มณฑลเคยรับจ้างทำงานเป็นช่างแกะลายกระจก แกะสลักไม้ และรับทำป้ายอยู่ในกรุงเทพฯ แต่พลัดตกตึกเมื่อปี 2557 จนขาพิการทั้ง 2 ข้าง จึงเดินทางกลับบ้านเกิดและรับจ้างทำงานแฮนด์เมดจากกะลามะพร้าว แต่รายได้ไม่ดีนัก ทั้งนี้ มณฑลได้รับเงินช่วยเหลือสวัสดิการคนพิการ เดือนละ 800 บาท แต่เมื่อไปตรวจสอบก็พอว่าไม่มีเบี้ยคนพิการโอนเงินเข้ามาในบัญชี ตั้งแต่ปี 2563 

จุดเริ่มต้นการเดินทาง

เมื่อทราบว่าไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีมาหลายปี มณฑลจึงเดินทางไปตรวจสอบที่สำนักงานอำเภอศรีสัชนาลัย เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าเขาถูกตัดสิทธิผู้พิการ บัตรประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้มณฑลไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ทว่า เมื่อไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกเอกสารทะเบียนราษฎรให้ พร้อมแจ้งว่าต้องไปทำการยืนยันสิทธิด้วยตนเองที่กรมบัญชีกลางในกรุงเทพฯ มณฑลขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยพาไป แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจใช้รถสามล้อโยกของตัวเองเดินทางมากรุงเทพฯ โดยวางสัมภาระไว้ที่ตะกร้าหน้ารถ ซึ่งตั้งแต่เริ่มเดินทางจากจังสุโขทัยกระทั่งมีคนมาพบนับเป็นระยะเวลากว่า 3 สัปดาห์ รวมระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร

มณฑลหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ 

หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือมณฑล ขณะโยกสามล้ออยู่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง คืนนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้พาเขาไปพักผ่อนที่ สภ.ไชโย เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จนกระทั่งช่วงเช้าของอีกวัน เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องระดมกำลังออกตามหาตัวมณฑล เนื่องจากเขาได้หลบหนีออกจากสถานีตำรวจเมื่อกลางดึก

ก่อนจะพบตัวมณฑลอีกครั้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมณฑลแจ้งว่าต้องการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ​ เพื่อพูดคุยกับผู้ใหญ่ในกระทรวงถึงปัญหาระบบการทำงานของราชการ พร้อมปฏิเสธการช่วยเหลือและการเจรจาใดๆ จากเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะเข้าไปสะท้อนปัญหาและความอึดอัดใจให้ผู้ใหญ่ฟังด้วยตนเอง

ทั้งนี้ มณฑลยืนยันว่าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และไม่ต้องการรับเงินบริจาค ตนเพียงต้องการเรียกร้องสิทธิที่หายไป และช่วยเหลือผู้พิการรายอื่นๆ ที่มีปัญหาเหมือนกัน 

พม.สุโขทัย แจงสาเหตุตัดสิทธิ

ด้านพม.สุโขทัย ก็ได้ให้ข้อมูลกับ พม.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า มณฑลจดทะเบียนคนพิการเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2558 หมดอายุเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2566 และยังไม่ได้เข้ามาต่อ ต่อมาเขาได้หายออกจากบ้านไป 2-3 ปี ไม่ทราบที่อยู่แน่นอน เนื่องจากมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และทำร้ายคนในครอบครัว

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2563 ตรวจพบมีหมายจับคดีอาญา จึงถูกตัดสิทธิการรับเบี้ยความพิการเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2563 เป็นต้นมา

กรมบัญชีกลางแถลง

ทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมณฑล ระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเจรจากับณฑลเพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกเรื่องการทำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวคนพิการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว แต่มณฑลยังไม่ประสงค์รับการช่วยเหลือดังกล่าว 

พร้อมกันนี้ ทิวาพรได้แจ้งการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยสรุปว่า 

  • มลฑลเป็นผู้พิการที่ได้รับสิทธิเบี้ยความพิการ ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2563 และถูกระงับการรับเบี้ยความพิการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อมูลจากกรมการปกครองประจำเดือนตุลาคม 2563 พบว่าเขามีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง (ไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ ได้) โดยระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e - Social Welfare) ของกรมบัญชีกลางได้ทำการระงับการจ่ายโดยอัตโนมัติ ในเดือนตุลาคม 2563 พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  • กรมบัญชีกลางทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายและโอนเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อมูลที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน กรมบัญชีกลางไม่ได้รับข้อมูลการขอเบิกเงินเบี้ยความพิการนายมลฑล จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่อย่างใด

วราวุธฝากข้อความถึงคนพิการ

ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีของมณฑล โดยกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ส่งข่าวเข้ามาให้ และได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงปัญหาหรือสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นทราบว่า มณฑลไม่ได้อยู่ในภูมิลำเนาจังหวัดสุโขทัยนานกว่า 2 ปี ทำให้ถูกถอดออกจากบัญชีคนพิการของจังหวัด ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจะเข้าไปตรวจสอบและดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

พร้อมกันนี้ วราวุธยังฝากถึงคนพิการทั่วประเทศ ว่าหากมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการลงทะเบียน การรักษาสิทธิ หรือเงินสนับสนุนของตัวเอง ขอให้โทรไปที่ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) สายด่วน 1300 ก่อน ยังไม่ต้องรับเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประหยัดเวลาและประหยัดแรงของพี่น้องคนพิการทุกคน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook